วันนี้ (7 ก.ย. 68) พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ด้วยความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1 อนุมาตรา 4 ประกอบมาตรา 160 อนุมาตรา 5

.

และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาว่า สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2568 เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร

.

อาศัยอำนาจตามมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ..ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

.

ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

.

ผู้รับสนองพระราชโองการ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

#NBTConnext

2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในระบบการปกครองของประเทศไทย การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีถือเป็นกระบวนการสำคัญที่สะท้อนการทำงานของระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ไทยมีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่ชัดเจน ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร โดยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดคือต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีนั้น นับเป็นการรับรองทางกฎหมายและศูนย์รวมใจของประชาชนไทย ถือเป็นเครื่องหมายแห่งความชอบธรรมทางการเมืองและแสดงถึงความต่อเนื่องของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะต้องรับบทบาทสำคัญในการนำนโยบายและแผนปฏิบัติการของรัฐบาลไปสู่ความสำเร็จ เช่น การพัฒนาสาธารณสุข เศรษฐกิจ และการต่างประเทศ ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความต้องการและความเป็นอยู่ของประชาชนจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้การลงคะแนนเสียงและการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสะท้อนกลไกประชาธิปไตยภายในประเทศ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องรวมตัวกันอย่างมีเหตุผลเพื่อเลือกผู้ที่เหมาะสมเข้ารับตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายบริหาร การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงมีภารกิจที่ต้องปฏิบัติอย่างเข้มแข็งและยึดถือหลักความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อประชาชน ในมุมมองของประชาชนทั่วไป การทราบข่าวเกี่ยวกับพระราชโองการและการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้เกิดความมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลและทิศทางการบริหารประเทศโดยรวม ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารและนโยบายที่มีผลกับชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิดเพื่อการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง