ท่ามกลางสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ ยุวกษัตริย์รัชกาลที่ ๘ ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ ขณะมีพระชนมายุเพียง ๙ พรรษา แต่ปัญหามากมายเมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ ความเลวร้ายจากสงครามมหาเอเชียบูรพา และอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ ที่กรุงเทพฯ และภาคกลางบางส่วนถูกน้ำท่วมนานกว่าสองเดือน ส่งผลให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ สินค้าราคาแพง และขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ผู้คนในยามนั้นตกอยู่ในสภาพจิตใจระส่ำระสาย

แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร จะทรงศึกษาอยู่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็ทรงระลึกถึงประเทศชาติ ทรงใฝ่พระหฤทัยต่อเหตุการณ์บ้านเมือง และทรงเป็นห่วงใยต่อความทุกข์สุขของชาวไทย เช่น

ในปี ๒๔๘๒ คณะราษฎรได้ยกฐานะให้วันที่ ๒๔ มิถุนายน เป็น “วันชาติ” พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ขณะที่ประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทรงส่งพระราชโทรเลข เพื่อทรงอวยพรประชาชนชาวไทยในวาระโอกาสวันชาติ ดังนี้

จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โลซาน ถึงคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ กรุงเทพฯ

“เนื่องในโอกาสอันเป็นมหามงคลแห่งวันชาติของเรานี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความปรารถนามาด้วยความยินดียิ่ง ขอให้ประชาชาติของเราและชาวไทยจงมีความสุขสมบูรณ์ทุกประการ”

(พระปรมาภิไธย) อานันทมหิดล

ในวันชาติ ๒ ปีต่อมา ในหลวงรัชกาลที่ ๘ ก็ทรงส่งพระราชโทรเลขข้อความอวยพรประชาชนไทยเช่นเดิม แต่หลังจาก ๒๔๘๔ พระราชโทรเลขอวยพรประชาชนก็ขาดช่วงไป เนื่องในเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่กำลังอุบัติขึ้นในทวีปยุโรป เป็นผลให้การสื่อสารทางโทรเลขไม่เป็นที่สะดวก พระราชโทรเลขอวยพรคราวนั้นจึงเป็นคราวสุดท้าย

หรือเมื่อคราวที่ประชาชนไทยได้รับภัยทางอากาศก็ได้ทรงแสดงความเศร้าสลดพระราชหฤทัยเป็นอันมาก อันน้ำพระราชหฤทัยดียิ่งของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลนี้ เฉพาะอย่างยิ่งบรรดานักเรียนไทยที่ศึกษาวิชาอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ย่อมซึมซาบอยู่ดีทั่วกันที่พระองค์ได้มีพระราชหฤทัยโอบอ้อมอารีต่อเขาทั้งหลาย และต่างก็มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ทุกคน

(กรมโฆษณา ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๙)

น้ำพระราชหฤทัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณใส่พระทัยต่อพสกนิกร

ที่มา : ๑. หนังสือ ก่อนเสด็จ ลับเลือนหาย

๒. หนังสือ อานันทมหิดล ยุวกษัตริย์พระองค์แรกในระบอบประชาธิปไตย

๓. https://www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_34520

#เฉลิมเกียรติพระบารมี๑๐๐ปีพระอัฐมรามาธิบดินทรราชา

#ยุวกษัตริย์พระผู้อยู่ในใจไทยตลอดกาล

#ความห่วงใยจากสวิตเซอร์แลนด์สู่พสกนิกร

https://www.facebook.com/share/p/1THEeYshXJ/

https://www.facebook.com/share/p/17PYb9Dt3j/

https://www.facebook.com/share/p/19RSBv1APJ/

https://www.facebook.com/share/p/17CkFd19Qj/

2025/9/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคสมัยที่ประเทศไทยผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครองและเผชิญปัญหาต่างๆ มากมาย รัชกาลที่ 8 ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและรับผิดชอบต่อพสกนิกร แม้จะทรงศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ก็ไม่ทอดทิ้งความรู้สึกผูกพันกับประเทศชาติ การส่งพระราชโทรเลขอวยพรในวันชาติไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความยินดีแต่ยังเป็นการสร้างกำลังใจและความเข้มแข็งแก่ประชาชนในยามวิกฤต นอกจากนี้ พระราชกรณียกิจที่เผยให้เห็นถึงน้ำพระราชหฤทัยที่อ่อนโยน เช่น ความรู้สึกเศร้าสลดต่อภัยพิบัติและสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังทำให้เห็นภาพความเป็นผู้นำที่ไม่เพียงแต่มีอำนาจแต่ยังมีความเมตตาอย่างลึกซึ้ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทของพระมหากษัตริย์ในรูปแบบของยุวกษัตริย์ที่คอยเป็นศูนย์รวมจิตใจและกำลังใจให้แก่ประชาชน การเฉลิมฉลอง 100 ปีวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระองค์ในปี 2568 ยังเป็นการย้ำเตือนถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อชาติอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จากภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในฉลองพระองค์เต็มยศที่เผยแพร่ให้เห็นถึงทั้งพระวรกายและพระสิริโฉมในช่วงเวลาทรงพระเยาว์และทรงงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สิ่งนี้เป็นบทเรียนให้เราได้ระลึกถึงความสำคัญของผู้นำที่มีความรักและห่วงใยต่อประชาชนเสมอมา และแสดงออกถึงการเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่ในใจของชาวไทยตลอดกาล