พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร มีพระราชจริยวัตรเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณา พระมารยาทสุภาพอ่อนโยนมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระอาจารย์ที่เคยถวายพระอักษรครั้งทรงศึกษา ณ โรงเรียนเทพศิรินทร์ ได้กล่าวเป็นแนวเดียวกันว่ามีพระทัยและพระมารยาทนุ่มนวล สมเด็จพระบรมราชชนนีได้มีส่วนสำคัญในการปลูกฝังหล่อหลอมให้พระโอรส ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีในระบอบประชาธิปไตย เพื่อพร้อมในการประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ พระองค์ทรงได้รับการอบรมในเรื่องเกี่ยวกับพระราชภารกิจแห่งพระมหากษัตริย์ และพระราชประเพณีต่าง ๆ ของไทย อบรมให้รู้จักระเบียบวินัยให้มีนิสัยอดทน ประหยัด มีพระเมตตาจิตเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และประการสำคัญคือการปลูกฝังให้รักเมืองไทย เฉกเช่นสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงรักเมืองไทยยิ่งพระชนม์ชีพ พระอุปนิสัยต่าง ๆ นี้ สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงปลูกฝังอบรมพระโอรสพระธิดา ดังที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงเล่าว่า “คล้ายกับเราได้รับการอบรมจากพ่อผ่านทางแม่ คือกลับเมืองไทยต้องทำงานตั้งแต่เด็ก เคยได้ยินแม่รับสั่งเรื่องทำงานเพื่อเมืองไทยอยู่ตลอดเวลา”
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มีลายพระหัตถ์ ลงวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๑ ถึงหม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล พระธิดา ความตอนหนึ่งว่า “พระองค์สมเด็จพระอานันทมหิดลนั้น พระกิริยา อัธยาศัย หรือถ้าว่าอีกอย่างหนึ่งก็คือพระอุปนิสัยดีมาก มีเค้าทรงสติปัญญาผิดเด็กสามัญ และรู้จักวางพระองค์พอเหมาะแก่การเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยังทรงพระเยาว์ ใคร ๆ ได้เข้าใกล้แล้วมีแต่ชอบและสรรเสริญกันทุกคนไม่เลือกว่าไทยหรือฝรั่ง แต่บุญญาภินิหาร ข้อสำคัญมีอีก ๑ อย่าง ที่ได้พระชนนีอย่างพระชนนีศรีสังวาล”
นับตั้งแต่วันที่เสด็จนิวัตพระนครเป็นต้นมา ผู้ที่ได้เข้าเฝ้าฯ ต่างปลื้มปีติชื่นชม “ในหลวง”ผู้เป็นที่รักของราษฎรว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประชาธิปไตยโดยแท้ ดังที่ หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษประชามิตร ฉบับวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๙ ได้พรรณนาพระอุปนิสัยและพระราชจริยวัตรของพระองค์ว่า “ทรงนิยมความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ไม่มีพิธีรีตอง ซึ่งดู ๆ ก็ไม่ผิดกับสามัญชนเท่าใดนัก ไม่ทรงโปรดความเอิกเกริก ไม่โปรดให้หมอบกราบอันเป็นจารีตโบราณ ทรงใช้สรรพนามว่า ผม และทรงใช้คำรับว่า ครับ” และจากภาพการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรเมื่อเวลาตรัสกับราษฎรที่มานั่งหมอบเฝ้าฯ รับเสด็จนั้นพระองค์ทรงน้อมพระองค์ลง พระพักตร์มีความอ่อนโยนและพระกิริยามารยาทนุ่มนวล พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในฐานะพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระอนุชาไปทรงดูแลทุกข์สุขของราษฎร ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ราษฎร อย่างใกล้ชิด มีพระราชดำรัสถามถึงความเป็นอยู่การทำมาหากินด้วยพระราชปิยวาจา และพระพักตร์ที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ไม่ทรงถือพระองค์ทรงตรัสเรียกประชาชนที่มาเข้าเฝ้าฯ ว่า ลุง ป้า น้า อา ทำให้ผู้ที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ต่างปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้วยพระปรีชาสามารถ ประกอบด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามเป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจพสกนิกร สมด้วยพระราชสถานะพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พระผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะและเป็นพระมิ่งขวัญของชาติอย่างแท้จริง
ที่มา : ๑. หนังสือที่ระลึกอนุสรณ์ในการพระราชทานเพลิงศพ พลเอก สำราญ แพทยกุล องคมนตรี โดยมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์
๒. หนังสือใต้ร่มพระบารมี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บุรพกษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ โดย สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
#เฉลิมเกียรติพระบารมี๑๐๐ปีพระอัฐมรามาธิบดินทรราชา
#ยุวกษัตริย์พระผู้อยู่ในใจไทยตลอดกาล
https://www.facebook.com/phralanofficial/posts/1086810500291214
https://www.facebook.com/thai4culture/posts/1122013700021502
https://www.facebook.com/prdofficial/posts/1226940989461321
https://www.facebook.com/SpecialProjectDiv/posts/1198476225646764
หลายคนที่ค้นคำว่า “จริยวัตร” หรือ “รัชกาล8” มักอยากได้คำตอบแบบสั้น ๆ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) ทรงเป็นกษัตริย์แบบไหนในชีวิตประจำวัน จากที่อ่านข้อมูลอ้างอิงและเรื่องเล่าร่วมสมัย สิ่งที่สะท้อนชัดคือ “ความเรียบง่ายและความอ่อนโยน” ที่ผู้เข้าเฝ้าฯ สัมผัสได้จริง ไม่ใช่แค่คำยกย่องลอย ๆ 1) ความเรียบง่าย ไม่ยึดพิธีรีตอง เรื่องที่ถูกเล่าซ้ำบ่อยคือ พระองค์ทรงนิยมความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ ไม่โปรดความเอิกเกริก และไม่ทรงเน้นพิธีการที่ทำให้เกิดระยะห่างกับประชาชน จุดนี้ทำให้ภาพของ “ยุวกษัตริย์” ดูใกล้ตัวคนทั่วไปมากขึ้น และเป็นเหตุผลที่หลายคนค้นคำว่า “พระราชจริยวัตรอันงดงาม” แล้วมาเจอเรื่องราวลักษณะนี้ 2) การวางพระองค์แบบกษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการปฏิบัติพระราชภารกิจภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้ร่วมสมัยมองว่าเป็นภาพของ “พระมหากษัตริย์แห่งประชาธิปไตย” เมื่ออ่านแล้วจะเห็นว่าความเป็นประชาธิปไตยในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคำพูดทางการเมืองอย่างเดียว แต่สะท้อนผ่านท่าที—การรับฟัง การสื่อสารอย่างสุภาพ และการไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกหวาดเกรงจนเกินไป 3) ความใกล้ชิดและเมตตาต่อราษฎร ภาพที่ประทับใจคือเวลาทรงเยี่ยมราษฎร ทรงมีพระราชดำรัสถามไถ่ความเป็นอยู่ การทำมาหากินด้วยถ้อยคำสุภาพ และทรงเรียกประชาชนด้วยคำที่เป็นกันเอง เช่น ลุง ป้า น้า อา รายละเอียดเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เรา “เห็น” ความเมตตาได้ชัดกว่าการสรุปว่า “ทรงมีพระเมตตา” เฉย ๆ 4) เกร็ดที่ช่วยให้เข้าใจคำว่า ‘จริยวัตร’ มากขึ้น ถ้าเพิ่งเริ่มอ่านเรื่องราชวงศ์ คำว่า “จริยวัตร” อาจหมายถึงทั้งกิริยา มารยาท การวางตัว และแนวทางปฏิบัติในบทบาทของพระมหากษัตริย์ ดังนั้นเวลาเจอบทความ/รูปภาพที่มีข้อความ “ยุวกษัตริย์ พระผู้อยู่ในใจไทยตลอดกาล” หรือ “เฉลิมพระเกียรติ 100 ปี” ให้ลองโฟกัสว่าข้อความนั้นชี้ไปที่พฤติกรรมใด เช่น ความสุภาพ ความประหยัด ความอดทน หรือความใส่ใจผู้อื่น หมายเหตุเล็กน้อยสำหรับคนที่ค้นหาเรื่องรัชกาลอื่น ๆ เช่น “รัชกาลที่ 9” หรือ “ร.10 อายุเท่าไหร่” เนื้อหานี้เน้นเฉพาะรัชกาลที่ 8 และพระราชจริยวัตรของพระองค์เป็นหลัก ถ้าต้องการข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ แนะนำให้แยกอ่านเป็นรายรัชกาลเพื่อไม่ให้สับสน
