กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกำลังพลทุกนาย
กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับการดูแลอย่างดี อาหาร
น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็นเพียงพอ
(29 ก.ย. 68) กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่า กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็น โดยมีเสบียงเพียงพอ ไม่มีการขาดแคลนตามที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด
ทั้งนี้ แม้ในช่วงเวลานี้จะมีฝนตกหนัก ส่งผลให้เส้นทางบางจุดเกิดความยากลำบากต่อการเดินทาง
แต่กองทัพภาคที่ 2 ได้จัดกำลังพลและยานพาหนะสนับสนุนในการลำเลียงเสบียง น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กำลังพลทุกนายมีความเป็นอยู่ที่เหมาะสม ได้รับการดูแลทั้งด้านร่างกายและขวัญกำลังใจอย่างครบถ้วน
กองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นว่า กำลังพลทุกนายได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เราไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง และจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและประชาชนด้วยความมุ่งมั่นอย่างเต็มกำลัง
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดสุรินทร์ โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน อำเภอ
ศรีณรงค์ นายเฉลิมพล แสงสว่าง นายอำเ ภอศรีณรงค์ พร้อมปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแจนแวน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชนจิตอาสา พบปะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพ มอบของเครื่องใช้ อุปโภค บริโภค และ ตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ที่เข้าพักพิงที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ศาลาประชาคมบ้านตะโนน หมู่ 11 ตำบลแจนแวน อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์
การปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนไทย-กัมพูชาไม่เพียงแต่เป็นการเฝ้าระวังรักษาความมั่นคงของประเทศเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศและภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตกหนักและเส้นทางยากลำบาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งเสบียงและการดูแลกำลังพลในพื้นที่นั้น ๆ ดังนั้น การดูแลอย่างรอบด้านในเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง กองทัพภาคที่ 2 จึงจัดกำลังพลและยานพาหนะสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการขาดแคลนของที่จำเป็น รวมถึงเพื่อรักษาขวัญกำลังใจของทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ การดูแลไม่ได้จำกัดแค่ในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น แต่ยังมีการช่วยเหลือในชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น ในจังหวัดสุรินทร์ที่ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานได้ร่วมกับหลายหน่วยงานท้องถิ่น เข้าไปพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้อพยพ และมอบเครื่องอุปโภคบริโภค รวมถึงตรวจสุขภาพผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่พักพิงชั่วคราว ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนใกล้เคียงชายแดนด้วย การดูแลกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นภาพจำลองของความสามัคคีและความรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของกองทัพภาคที่ 2 ในการปกป้องประเทศและประชาชนอย่างเต็มที่ การบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจน ยังช่วยลดความวิตกกังวลและข่าวลือที่อาจเกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
