สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อชีวิต

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความผาสุกของประชาชน โดยเฉพาะในด้านการจัดการ “ทรัพยากรน้ำ” อันเป็นรากฐานสำคัญของการดำรงชีวิต

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำกว่า ๔,๐๐๐ โครงการทั่วประเทศ สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย ตลอดระยะเวลากว่า ๗๐ ปี แห่งรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการทั่วประเทศ ได้แก่ การสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำเพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และช่วยชะลอน้ำหลากในฤดูฝน รวมทั้งฝายชะลอน้ำที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างความชุ่มชื้นแก่ผืนป่า และส่งเสริมความมั่นคงด้านการเกษตร อาทิ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดกาญจนบุรี และอ่างเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง จังหวัดราชบุรี

อีกหนึ่งในโครงการที่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย คือ “โครงการแก้มลิง” ที่พระราชทานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ แนวคิดนี้มาจากพฤติกรรมของลิง ที่เก็บอาหารไว้ในแก้มเพื่อสำรองอาหารไว้กินในภายหลัง พระองค์ทรงเห็นว่าวิธีนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการน้ำได้ โดยการสร้างพื้นที่เก็บกักน้ำ (คล้าย "แก้มลิง") ไว้ในช่วงน้ำหลาก เช่น บึง หนอง อ่างเก็บน้ำ หรือพื้นที่ต่ำที่จัดไว้ และปล่อยน้ำออกมาใช้อย่างเป็นระบบในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและเก็บน้ำไว้ใช้ในยามที่ขาดแคลน ตัวอย่างโครงการแก้มลิงที่สำคัญ เช่น โครงการแก้มลิงบึงมักกะสัน กรุงเทพมหานคร โครงการแก้มลิงแม่น้ำท่าจีนตอนล่าง

พระเมตตาของพระองค์สะท้อนผ่านหยาดน้ำทุกหยดที่ยังคงหล่อเลี้ยงผืนแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้ ทุกโครงการมิใช่เพียงแค่โครงสร้างทางวิศวกรรม แต่คือการวางรากฐานแห่ง “ชีวิต” ให้ประชาชนไทยได้มีน้ำกิน น้ำใช้ มีความมั่นคงทางอาหาร และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

นับเป็น “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย” ที่ยังคงหลั่งไหลไม่สิ้นสุด และจะสถิตอยู่ในใจคนไทยตราบนานเท่านาน

#วันนวมินทรมหาราช

#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#ใต้แสงแห่งพระเมตตา๙พระราชกรณียกิจสถิตในใจประชา

https://www.facebook.com/share/p/19r3T46Y1J/

https://www.facebook.com/share/p/1DPguWXh67/

2025/10/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนอาจรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่าน “เพลงพระราชนิพนธ์ ร.9” ที่เปิดเมื่อไหร่ก็รู้สึกสงบและน้อมรำลึก แต่พอได้อ่านเรื่อง “งานน้ำ” ของพระองค์จริง ๆ จะยิ่งเห็นภาพว่า พระอัจฉริยภาพไม่ได้อยู่แค่ดนตรี แต่อยู่ในวิธีคิดที่แก้ปัญหาให้คนทั้งประเทศแบบจับต้องได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำ—ต้นทางของชีวิตและเกษตรกรรม ถ้าใครกำลังค้นว่า “ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำอะไรให้ประเทศบ้าง” เรื่องโครงการพัฒนาแหล่งน้ำคือคำตอบที่ชัดมากค่ะ เพราะพระราชดำริด้านนี้มีจำนวนมากและครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตั้งแต่การเก็บกักน้ำไว้ใช้หน้าแล้ง ไปจนถึงการชะลอน้ำหลากหน้า ฝน สิ่งที่เราชอบคือแนวคิดไม่ได้ยึดติดแค่งานโครงสร้างใหญ่ ๆ อย่างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำเท่านั้น แต่ยังมี “ฝายชะลอน้ำ” และงานฟื้นฟูระบบนิเวศที่ทำให้ป่าชุ่มชื้นขึ้น ชุมชนมีน้ำใช้สม่ำเสมอขึ้น ซึ่งสุดท้ายไปช่วยเรื่องความมั่นคงทางอาหารของคนในพื้นที่แบบเงียบ ๆ แต่ยั่งยืนมาก อีกคำที่คนชอบค้นแต่บางทียังนึกภาพไม่ออกคือ “แก้มลิง” ถ้าอธิบายแบบง่าย ๆ จากที่เราเคยอ่านและฟังมา แนวคิดคือทำพื้นที่รับน้ำไว้ก่อนในช่วงน้ำมาก (เหมือนลิงอมอาหารไว้ในแก้ม) แล้วค่อยระบายออกอย่างเป็นระบบเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผลที่ได้คือช่วยลดน้ำท่วมในเมือง/พื้นที่ลุ่มต่ำ และยังเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้งได้ด้วย สำหรับคนกรุงเทพฯ พอเห็นตัวอย่างอย่างบึงหรือพื้นที่หน่วงน้ำ จะเข้าใจทันทีว่ามันคือการบริหารพื้นที่ให้ “ทำงานร่วมกับน้ำ” ไม่ใช่สู้กับน้ำอย่างเดียว ส่วนคำค้นอย่าง “บ้านของพระเจ้าอยู่หัว” หลายคนอาจตั้งใจหาข้อมูลสถานที่ แต่ถ้ามองในความหมายเชิงความรู้สึก เราว่างานน้ำพวกนี้ก็เหมือน “บ้าน” ที่พระองค์ทรงสร้างรากฐานไว้ให้คนไทย—บ้านที่มีน้ำกินน้ำใช้ มีอาชีพ มีความมั่นคง และรับมือภัยธรรมชาติได้ดีขึ้น ถ้าอยากต่อยอดจากบทความนี้ เราแนะนำให้ลองทำ 2 อย่างค่ะ 1) ลองหาแผนที่/รายชื่อโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริใกล้บ้าน แล้วไปดูพื้นที่จริง จะเห็นว่าแนวคิดยังใช้งานอยู่ 2) เปิดฟังเพลงพระราชนิพนธ์ ร.9 คู่ไปด้วย แล้วอ่านเรื่อง “สายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัย พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อชีวิต” จะยิ่งรู้สึกถึงพระเมตตาที่เชื่อมกันทั้งงานศิลป์และงานพัฒนาอย่างลึกซึ้ง