คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว 3 ประเทศ ลงพื้นที่อุบลฯ ตามกรอบ GBC ไทย–กัมพูชา

คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (Interim Observer Team : IOT) จำนวน 3 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวม 4 นาย นำโดย ผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซีย ประจำกรุงเทพฯ ลงพื้นที่อุบลฯ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงปัญหาในพื้นที่ฯ ตามบันทึกข้อตกลงจากผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย -กัมพูชา

2025/10/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในวันที่ 4-5 ตุลาคม 2568 คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) จาก 3 ประเทศ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย และสิงคโปร์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและบุรีรัมย์ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบความร่วมมือของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการตรวจสอบและรับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการละเมิดแนวชายแดนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนด้านนี้ คณะ IOT เริ่มต้นกิจกรรมโดยการรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ ณ ห้องประชุมในวันแรก ก่อนลงพื้นที่จริง ณ ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี จุดที่สำคัญอย่างเช่นที่คอบคุกเชลยศึกและช่องสายตะกูในอำเภอบานกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นจุดที่มีการละเมิดข้อตกลงแนวชายแดน และพื้นที่ช่องบกในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดที่เคยมีเหตุการณ์ระเบิด นอกจากนี้ คณะยังแถลงข่าวและรายงานผลการตรวจสอบให้กับสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแสดงถึงความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ว่าประเด็นความขัดแย้งจะได้รับการจัดการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม นอกจากนี้ การที่มีผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้าร่วมด้วย ยังช่วยเสริมสร้างความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการเจรจาและหารือในอนาคต การทำงานของคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทขององค์การระหว่างประเทศและความร่วมมือภูมิภาคในประเด็นความมั่นคงชายแดน ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทชายแดนแล้ว ยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของกรอบความร่วมมือ GBC ที่มีเป้าหมายในการสร้างความสงบและความร่วมมือในทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา สำหรับประชาชนและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ คณะ IOT ยืนยันว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะช่วยเปิดเผยข้อมูลที่เป็นกลาง พร้อมรับฟังทุกเสียงและเป็นพื้นที่กลางสำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือป้องกันเหตุการณ์ความรุนแรงและส่งเสริมความมั่นคงแบบยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนต่อไป