✴️ ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมนายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ “ประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ด” ติดตามการบริหารจัดการน้ำเมืองสี่แคว

(6 ต.ค. 68) พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ ประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ด ตำบลเกรียงไกร อำเภอเมืองนครสวรรค์ รับฟังบรรยายการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม จากนายเอกฉัตร เอี่ยมตาล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครสวรรค์ และผู้แทนสำนักงานประมงจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และระบบนิเวศสำคัญของภาคเหนือตอนล่าง

ทั้งนี้ ประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ดถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรับน้ำจากแม่น้ำน่าน ที่ไหลมาจากจังหวัดพิษณุโลกและพิจิตร ก่อนเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ จึงต้องมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างปริมาณน้ำต้นทุน การเกษตร และการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน โครงการชลประทานนครสวรรค์รายงานสถานการณ์น้ำในบึงบอระเพ็ดประจำวันนี้ พบว่ามีปริมาตรน้ำถึง 562.77 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 239.71% ของความจุ ซึ่งสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำสำคัญแห่งนี้ และตอกย้ำถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับทั้งฤดูน้ำหลากและการใช้น้ำในระยะยาวของชาวจังหวัดนครสวรรค์

#อนุทินชาญวีรกูล #นายกรัฐมนตรี #นครสวรรค์ #บึงบอระเพ็ด

2025/10/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากการลงพื้นที่ติดตามการทำงานที่ประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ด พบว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการน้ำ สาระสำคัญอยู่ที่การรักษาสมดุลน้ำระหว่างการเกษตร การประมง และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน บึงบอระเพ็ดเป็นแหล่งน้ำจืดธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและชุมชนในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านที่นี่มีความผูกพันกับบึงแห่งนี้ในการดำรงชีวิตและทำการเพาะปลูกซึ่งต้องอาศัยน้ำที่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในฐานะที่น้ำจากแม่น้ำน่านไหลผ่านประตูระบายน้ำนี้ก่อนเข้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ การวางแผนบริหารจัดการน้ำจึงจำเป็นต้องรัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาอุทกภัยหรือปัญหาขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ในปีนี้ปริมาณน้ำในบึงบอระเพ็ดเต็มถึง 239.71% ของความจุที่มี ซึ่งสะท้อนถึงจุดแข็งของพื้นที่นี้และความจำเป็นของการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผมเห็นว่าการมีผู้นำที่ใส่ใจและชัดเจนในวิสัยทัศน์ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ จะช่วยรักษาความอุดมสมบูรณ์และสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของชุมชนได้จริง สุดท้าย การบริหารจัดการน้ำที่ประตูระบายน้ำปากคลองบอระเพ็ดไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นเรื่องของการประสานร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการรับฟังเสียงจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว