🛑 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้านมัสการพระวชิรสุนทร เจ้าอาวาสวัดนาทวี เพื่อความเป็นสิริมงคล และหารือบทบาทสถาบันศาสนาในการเสริมสร้างสันติสุขพื้นที่ชายแดนใต้

. วันนี้ 9 ตุลาคม 2568 ที่วัดนาทวี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางเข้านมัสการพระวชิรสุนทร (สุภัทร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี และรองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันศาสนาในการเสริมสร้างสันติสุขและความสมานฉันท์ในพื้นที่ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจตรวจเยี่ยมและรับฟังคำบรรยายสรุปแนวทางการปฏิบัติงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) โดยมีนางสุนิสา รามแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา นายวรินทร ทองขาว นายอำเภอนาทวี รวมถึงผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 4 หน่วยงานทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

. หลังเสร็จสิ้นภารกิจในอำเภอนาทวี พลเอก ณัฐพล พร้อมคณะ ได้เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและปล้นร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบิ๊กซี สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงต่อไป

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา /ข่าว-ภาพ

2025/10/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและความไม่สงบ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทหาร ตำรวจ และสถาบันศาสนา เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดและส่งเสริมความสมานฉันท์ในพื้นที่ดังกล่าว บทบาทของวัดและสถาบันศาสนาในพื้นที่ชายแดนใต้ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งปฏิบัติธรรมและศูนย์รวมใจของชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประชุมพบปะและพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และหาทางออกที่สันติสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งพระวชิรสุนทร เจ้าอาวาสวัดนาทวี ได้แสดงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำทางจิตใจและสะพานเชื่อมระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในพื้นที่ นอกจากการหารือเรื่องสันติสุขแล้ว การเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรง เช่น เหตุการณ์โจรกรรมร้านทองที่เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส ยังส่งผลให้กำลังใจของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่เข้มแข็งและมีความหวังในการสร้างสันติภาพมากขึ้น การให้กำลังใจแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สร้างความมั่นคงและลดความสูญเสียในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น การผสมผสานบทบาททางศาสนาและการปฏิบัติทางราชการอย่างเหมาะสม ถือเป็นแนวทางที่จะช่วยให้เกิดความสงบสุขและความสมานฉันท์ในพื้นที่ชายแดนใต้ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมการรับรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อความรุนแรงและส่งเสริมพัฒนาการของชุมชนที่เข้มแข็งในระยะยาว