นายกฯ อนุทิน เน้นย้ำรัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการของกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อรักษาเกียรติภูมิและอธิปไตยของไทย พร้อมดำเนินการตามกฎหมายไทย ควบคู่กับการเจรจาทางการทูต

วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2568) เวลา 15.00 น. ณ กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังการประชุมเตรียมการเยือน สปป.ลาว และการประชุมกลุ่มย่อยกับคณะผู้บริหารของกระทรวงการต่างประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การมาร่วมประชุมในวันนี้ได้หารือและเตรียมการสำหรับการเจรจากับฝ่ายกัมพูชา รวมทั้งการตอบหนังสือจากประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้แสดงความปรารถนาดีต่อประเทศไทย และแสดงความต้องการเห็นสันติภาพเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ไทยเชื่อมั่นในสันติภาพและยึดมั่นในจุดยืนที่ต้องการเห็นกัมพูชาดำเนินการตามเงื่อนไขของไทย เพื่อนำไปสู่แนวทางที่ส่งเสริมสันติภาพและความสงบสุขในอนาคต

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ไทยและกัมพูชามีข้อตกลงร่วมกันแล้วว่า แต่ละประเทศจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยไทยได้เน้นย้ำให้มีการถอนอาวุธหนัก การจัดการทุ่นระเบิด การแก้ไขปัญหากลุ่มสแกมเมอร์ และการบริหารพื้นที่ที่อยู่ในอาณาเขตไทยให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเป็นท่าทีที่รัฐบาลไทยได้ยืนยันต่อผู้ที่ต้องการเข้ามาเป็นคนกลางในการแก้ไขปัญหานี้ พร้อมย้ำว่า ปัญหานี้ควรให้ทั้งสองประเทศเป็นผู้ร่วมกันแก้ไข

นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างไทยและกัมพูชา และหวังว่าประเทศอื่น ๆ ที่มีความปรารถนาดีต่อสันติภาพจะเข้าใจสถานการณ์อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ในรายละเอียดเพิ่มเติม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจงต่อไป รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศจะจัดทำหนังสือแจ้งไปยังกัมพูชาเพื่อยืนยันว่าไทยจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของตน โดยจะมีหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งกองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายปกครองจังหวัดสระแก้ว เข้ามาดำเนินการในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของการดำเนินงานด้านความมั่นคง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อทั้งสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลจะไม่ทำผิดกฎหมาย และยึดมั่นในกติกาสากล เพื่อรักษาเกียรติภูมิของประเทศ โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างละมุนละม่อม แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเกียรติภูมิ อธิปไตย และกฎหมายของประเทศไทย ด้านความมั่นคงนั้น ได้มีมาตรการดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศมีอำนาจเต็มในการกำหนดกรอบการเจรจา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ ส่วนการป้องกันและรักษาอธิปไตยจะเป็นภารกิจหลักของกองทัพไทย ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนให้ทั้งกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างสำเร็จลุล่วง

"ทุกการดำเนินงานจะต้องยึดหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยและกฎหมายของไทย ซึ่งจะไม่ยอมให้ประเทศใดเข้ามาก้าวล่วง ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดคือ ความปลอดภัยของประชาชนชาวไทย อธิปไตยของชาติ และศักดิ์ศรีของประเทศไทย" นายกรัฐมนตรีกล่าว

2025/10/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารท้องถิ่น ความเข้าใจเรื่องนโยบายของรัฐบาลในการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการบริหารงานในพื้นที่ของตนเอง ผมได้เห็นด้วยกับท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่เน้นการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดและการเจรจาทางการทูตควบคู่กัน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการรักษาความมั่นคงและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน จากประสบการณ์ตรง การสนับสนุนจากรัฐบาลกลางนั้นทำให้ฝ่ายปกครองและหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนสามารถประสานงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การมีนโยบายที่ชัดเจนช่วยให้เราสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม นอกจากนี้การเข้าใจในข้อตกลงระหว่างประเทศและแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ ยังช่วยให้การทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดมีความโปร่งใสและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกเหนือจากการรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดนแล้ว การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับบทบาทของรัฐและการดำเนินงานด้านความมั่นคงก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการป้องกันภัยต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสันติภาพและอธิปไตยของประเทศ สุดท้ายนี้ การเปิดเผยข้อมูลที่เหมาะสมและการสื่อสารที่ชัดเจนระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความเข้าใจร่วมกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือความสงบสุขและความมั่นคงของชาติอย่างยั่งยืน

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ จอย พัน
จอย พัน

😛😡