🔰นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่สงขลา เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่บาดเจ็บชายแดนใต้ พร้อมติดตามการปฏิบัติหน้าที่🔰

———————————-

วันนี้ (11 ตุลาคม 2568) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่

.

นายกรัฐมนตรีได้สอบถามอาการบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ให้กำลังใจและขอบคุณในความเสียสละของทุกคน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลการรักษาพยาบาลและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่และครอบครัวอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกคนมีกำลังใจพร้อมปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

.

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยม สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย, อาสาทหารพรานพันธกานต์ อินทะเขื่อน, ร้อยตำรวจตรีสมชาย ปานเจี้ยง และ อาสาทหารพรานสุริยาวุธ ช่างเกวียนดี

.

ทางด้านญาติของสิบเอกบุริศวร์เปิดเผยว่า รู้สึกภูมิใจที่น้องชายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และแม้จะบาดเจ็บ แต่ตอนนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีกำลังใจที่ดี พร้อมกลับไปปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนต่อไป

.

นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ชายแดนใต้กลับมาสงบและปลอดภัยอย่างยั่งยืน

——————————————

ข่าว/ภาพ : สวท.สงขลา

2025/10/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ชายแดนใต้ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างสงขลา โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่เหล่านี้ต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยและชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ในส่วนของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหลักสำหรับการดูแลรักษาเจ้าหน้าที่ที่บาดเจ็บ การเตรียมความพร้อมของทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของเจ้าหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สวัสดิการและการสนับสนุนจากรัฐบาลยังเป็นแรงส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวเกิดความมั่นใจในการทำงานและชีวิตประจำวัน เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ เช่น สิบเอกบุริศวร์ ระดาชัย และอาสาทหารพรานที่กล่าวถึงในข่าว ต่างแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเสียสละในการปกป้องชายแดนใต้ ภายใต้สถานการณ์ที่ยังคงไม่มั่นคง นี่คือภาพสะท้อนความเสียสละที่สังคมไทยควรให้การยอมรับและสนับสนุนอย่างเต็มที่ รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้แสดงความจริงจังในการติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่ชายแดนใต้กลับคืนสู่ความสงบและปลอดภัยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการวางแผนระยะยาวด้านความมั่นคงและการพัฒนาท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความคล่องตัวให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่ สุดท้าย ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการส่งเสริมความเข้าใจและความสามัคคีในชุมชนละแวกชายแดนใต้ จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศที่ดีและลดความรุนแรงลงได้อย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่รัฐบาลและประชาชนต้องร่วมมือกัน เพื่ออนาคตที่สงบสุขของพื้นที่ชายแดนใต้