วันนี้ (วันอาทิตย์ที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๘) เวลา ๑๑.๑๘ น. สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์“ (The Nutcracker) โดยคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre) จากสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งเป็นการแสดงในโครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ในงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๗ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุ งเทพมหานคร
ครั้นเมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล คัลเจอรัล โปรโมชั่น จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ต่อจากนั้น เสด็จเข้าหอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พระราชทานพระราชวโรกาสให้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้มีอำนาจและประธานเจ้าหน้าที่สายงานสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตร นางสาวราซีน่าร์ อูเบอรอย กรรมการผู้จัดการ ฯ กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมโครงการเพื่อเยาวชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ ๒๗ จากนั้น ทอดพระเนตรการแสดงบัลเลต์รอบเยาวชน เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) โดยคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre) จากสหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อจบการแสดง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ผู้แทนนักแสดงและวาทยกร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานช่อดอกไม้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญและทรงพระเมตตาต่อเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ในการนี้ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เด็กเหล่านั้น ได้ร่วมรับชมการแสดงบัลเลต์ เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) ซึ่งเป็นการได้รับชมครั้งแรกของเด็ก ๆ หลายคน นำเสนอเรื่องราวที่เป็นอมตะ ครองใจผู้ชมทั่วโลก โดยคณะนักแสดงที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน อันจะเป็นการสร้างประสบการณ์อันล้ำค่าต่อไป ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเลี้ยงอาหารแก่เด็กและเยาวชนที่ร่วมรับชมการแสดง ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
โครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) เป็นส่วนสำคัญของมหกรรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ ๒๗ เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้เปิดโลกทัศน์แห่งงานศิลปะ ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามของเสียงดนตรีและการเต้นรำ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ และปลูกฝังความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง และตระหนักในความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะทำให้ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้จริงเสมอ
การแสดงบัลเลต์ เรื่อง “เดอะ นัทแครกเกอร์” (The Nutcracker) นำเสนอเรื่องราวแห่งเวทมนตร์ในค่ำคืนคริสมาสต์ที่เป็นอมตะ และครองใจผู้ชมทั่วโลก โดยผู้แสดงจากคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา (Samara Opera and Ballet Theatre) หนึ่งในคณะบัลเลต์ชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานจากสหพันธรัฐรัสเซีย และบรรเลงดนตรีโดยวงมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ฯ (Royal Bangkok Symphony Orchestra) โดยมีนายเยฟกินี โคลว์คลอฟ (Mr. Evgeny Khokhlov) เป็ นวาทยกร ผู้อำนวยเพลง
โครงการเพื่อเยาวชน (Student Outreach Program) ที่จัดเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพ ฯ ครั้งที่ 27 มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนไทยผ่านศิลปะการแสดงอันสร้างสรรค์ การได้ชมการแสดงบัลเลต์ "เดอะ นัทแครกเกอร์" (The Nutcracker) ไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจทางด้านศิลปะและวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับเด็กๆ ได้ซึมซับความสวยงามของเสียงดนตรีและท่วงท่าเต้นรำ อันเป็นการปลูกฝังจินตนาการและความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองอย่างลึกซึ้ง การแสดงบัลเลต์เรื่องนี้ซึ่งนำโดยคณะโอเปราและบัลเลต์แห่งเมืองซามารา จากสหพันธรัฐรัสเซีย นับเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะระดับโลกที่ยังคงได้รับความนิยมและครองใจผู้ชมทั่วโลกด้วยเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยเวทมนตร์ของค่ำคืนคริสต์มาส ทั้งยังมีการขับร้องประกอบโดยวงดนตรีมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ซึ่งช่วยเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับการแสดงนี้ ด้วยการร่วมมือจากวาทยกรชื่อดัง นายเยฟกินี โคลว์คลอฟ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างความกลมกลืนและพลังทางดนตรีให้กับทุกวินาทีของการแสดง นอกจากการเป็นเวทีศิลปะระดับโลกแล้ว โครงการนี้ยังสื่อถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อเด็ก เยาวชน ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ด้วยพระเมตตาที่พระราชทานทั้งโอกาสในการชมการแสดงอย่างใกล้ชิด และเลี้ยงอาหารเพื่อให้เกิดความสุขและแรงกำลังใจในจิตใจของเด็กๆ เหล่านี้ อันเป็นการสนับสนุนให้พวกเขาได้เห็นความฝันและเป้าหมายในชีวิตจากศิลปะการแสดงที่งดงามและยิ่งใหญ่ การส่งเสริมเยาวชนผ่านศิลปะและวัฒนธรรมเช่นนี้ ช่วยเพิ่มพูนทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้สัมผัสกับศิลปะระดับโลกที่อาจเป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ยังสนับสนุนการสร้างสังคมที่มีความเข้าใจและเห็นคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมทั้งในประเทศและระดับนานาชาติอีกด้วย






