นายกฯ อนุทิน รับเครื่องหมาย ‘ปีกเหินเวหา’ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่กองทัพอากาศ จากภารกิจ "หัวใจติดปีก" เป็นเวลากว่า 11 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับมอบเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ “ปีกเหินเวหา” จาก พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ประธานในพิธี พร้อมด้วยคุณอภิษฎา คันธา นายกสมาคมคู่สมรสทหารอากาศ โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทยพร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมพิธี
โดย ปีกเหินเวหา คือ เครื่องหมายแสดงความสามารถนักเหินเวหาชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศไทย ซึ่งมอบให้กับผู้ที่ทำคุณประโยชน์หรือสนับสนุนกิจการของกองทัพอากาศให้เกิดผลดีต่อประเทศชาติ
นายอนุทิน ได้ทำหน้าที่นักบินอาสา สภากาชาดไทย ในการปฏิบัติภารกิจ "หัวใจติดปีก" ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 11 ปี เพื่อสนับสนุนทีมแพทย์ในการรับอวัยวะของผู้บริจาค ตั้งแต่ปี 2557 และได้ทำภารกิจ “ไฟลท์บุญ ไฟลท์ชีวิต”
ไปแล้วกว่า 80 เที่ยวบิน ช่วยเหลือผู้ป่วยมากกว่า 200 ชีวิต นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้รับปีกกิตติมศักดิ์จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่ งชาติ (สพฉ.) และโล่ประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย อีกด้วย
เครื่องหมายปีกเหินเวหาเป็นเกียรติสูงสุดที่กองทัพอากาศมอบให้กับบุคคลที่ทำคุณประโยชน์อย่างเด่นชัดต่อกิจการด้านการบินและสาธารณประโยชน์ในราชการทหาร การได้รับรางวัลครั้งนี้ถือเป็นการยกย่องผลงานอาสาสมัครที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโดยใช้การบินเป็นสื่อกลาง ภารกิจ "หัวใจติดปีก" ที่นายอนุทินปฏิบัติ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ช่วยเร่งการส่งต่ออวัยวะผู้บริจาคสู่โรงพยาบาลเพื่อการปลูกถ่ายอย่างรวดเร็วและปลอดภัย ซึ่งมีผลช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากกว่า 200 คนในช่วงเวลากว่า 11 ปี ตอกย้ำถึงบทบาทของนักบินอาสาที่ไม่เพียงขับเคลื่อนความหวังแต่ยังต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอการรักษา นอกจากเกียรติยศจากกองทัพอากาศแล้ว นายอนุทินยังได้รับการยกย่องจากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและสภากาชาดไทย ทำให้เห็นถึงการตอบรับอย่างกว้างขวางของภาคสาธารณสุขที่ชื่นชมในบทบาทของนักบินอาสาและภารกิจไฟลท์บุญ ไฟลท์ชีวิต สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับเครื่องหมายปีกเหินเวหาและภารกิจด้านการบินอาสา เป็นช่องทางที่สร้างแรงบันดาลใจในการร่วมมือกันช่วยเหลือสังคมและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศกับองค์กรภาครัฐและเอกชนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทั่วไป
