นายกฯ “อนุทิน” สั่งการ มท. สนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัส ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มอบหมายจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า/ร้าน OTOP ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กระทรวงมหาดสนับสนุนและรายงานผลการดำเนินงานโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อให้การดำเนินโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมอบหมายให้จังหวัดเร่งรัดการดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า/ผู้ประกอบการ OTOP ในพื้นที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ดังนี้

1. ให้อำเภอและขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าในระดับพื้นที่ตำบล/ชุมชนและเพิ่มจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ให้ทั่วถึงและครอบคลุมในทุกกลุ่มร้านค้า

2. ให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดและอำเภอเชิญชวนผู้ประกอบการร้านค้า/ผู้ประกอบการ OTOP เข้าร่วมโครงการฯ และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า OTOP เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน เช่น การจัดตลาดนัดสินค้า OTOP เป็นประจำทุกสัปดาห์ ณ ศาลากลางจังหวัดหรือที่ว่าการอำเภอ เป็นต้น

3. ประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ว่า สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง มิได้มีการส่งต่อข้อมูลธุรกรรมให้กับกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบรายได้แต่อย่างใด

4. มอบหมายที่ทำการปกครองจังหวัดเป็นหน่วยงานในการรายงานผลการดำเนินงานการประชาสัมพันธ์โครงการฯ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์รายสัปดาห์ในทุกวันศุกร์ โดยให้รายงานครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันสิ้นสุดโครงการ

“โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการที่รัฐบาลภูมิใจทำเพื่อคนไทย ต้องการให้ประชาชนและผู้ประกอบการ รายย่อยเข้าถึงประโยชน์มากที่สุด ส่วนมาตรการของมหาดไทย รัฐบาลเชื่อว่าหน่วยงานภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทมีความพร้อม ให้บริการด้วยความเต็มใจ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี และตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่” นายสิริพงศ์ กล่าว

2025/10/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโครงการคนละครึ่งพลัสถือเป็นหนึ่งในมาตรการภาครัฐที่สำคัญเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยการเปิดโอกาสให้ร้านค้าและผู้ประกอบการ OTOP ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ สามารถช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น อีกทั้งการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ (Mobile Unit) โดยร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยในระดับตำบลและชุมชน ยังเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนร้านค้าถึงพื้นที่ โดยเฉพาะร้านค้าที่อาจประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงระบบออนไลน์หรือความรู้ด้านเทคโนโลยีการลงทะเบียนทางดิจิทัล การส่งเสริมให้สำนักงานพัฒนาชุมชนในจังหวัดและอำเภอ เชิญชวนผู้ประกอบการและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า OTOP เช่น การจัดตลาดนัดสินค้าอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นอีกวิธีที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชนและสร้างรายได้ให้ผู้ผลิตสินค้า OTOP ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยที่สำคัญ กระทรวงการคลังได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่าข้อมูลธุรกรรมที่เกิดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสจะไม่ถูกส่งต่อไปยังกรมสรรพากร เพื่อเป็นการชี้แจงข้อกังวลของร้านค้าและผู้ประกอบการ ทำให้เกิดความมั่นใจต่อการลงทะเบียนและเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ การรายงานผลการดำเนินงานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ยังช่วยให้กระทรวงมหาดไทยสามารถตรวจสอบและปรับปรุงการดำเนินงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยมาตรการเหล่านี้ รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจึงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับพื้นที่ให้เข้มแข็งมากขึ้น พร้อมสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมจากร้านค้าและผู้ประกอบการ OTOP ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้โครงการคนละครึ่งพลัสบรรลุผลสำเร็จสูงสุดและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง