พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ความป่วยเจ็บที่เริ่มจากความยากจน ประชาชนต้องเผชิญเกินทนได้

ครั้นทรงเอื้อพระหัตถ์อุ่นละมุนละไม กำลังใจจะหยัดยืนจึงคืนคง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้มีน้ำพระทัยอ่อนโยน เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ทุกครั้งที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎร จะทรงพบว่ามีราษฎรป่วยเจ็บด้วยโรคต่าง ๆ ไปเฝ้าฯ กันเป็นจำนวนมาก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ที่ตามเสด็จช่วยตรวจรักษา หากคนไข้ คนใดจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ก็จะโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการส่งตัวเข้าโรงพยาบาล ในภาคนั้น ๆ แต่หากว่าตนไข้ผู้นั้นเป็นโรคที่ต้องการแพทย์เฉพาะโรคที่ไม่มีในจังหวัดนั้น ๆ ก็ให้นำตัวส่งเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุดจนกว่าจะหาย

เนื่องจากเวลาที่เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรนั้น ในบางจุดมีคนป่วยมาก แพทย์ตามเสด็จไม่สามารถจะตรวจได้ในเวลาอันจำกัด พระองค์ก็โปรดเกล้าฯ ให้จัด ‘หน่วยแพทย์พระราชทาน’ เดินทางไปให้การตรวจรักษาโดยเฉพาะตามจุดต่าง ๆ บางครั้งก็เดินทางทางรถยนต์ บางครั้งทางเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ แล้วแต่ภูมิประเทศ

หน่วยแพทย์พระราชทานนี้ มีนายแพทย์ดนัย สนิทวงศ์ฯ เป็นหัวหน้า มีข้าราชบริพาร เช่นนางสนองพระโอษฐ์ เจ้าหน้าที่กองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ไปช่วยกันหยิบยา เขียนหน้าซอง อธิบายวิธีกินยาให้ละเอียด ตลอดจนจัดแถวเข้าพบแพทย์ แต่ต่อมาหมู่บ้านที่ห่างไกลการคมนาคมเหล่านี้ มีถนนตัดไปถึง และบ้านเมืองก็ได้ขยายงานด้านสาธารณสุขออกไปโดยรอบ หน่วยแพทย์พระราชทานเฉพาะจุดแบบนี้ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

ส่วนการที่แพทย์ตามเสด็จไม่มีเวลาพอที่จะตรวจรักษาคนไข้ตามจุดที่เสด็จพระราชดำเนินนั้นก็ทรงแก้ไขโดยโปรดเกล้าฯ ให้เดินทางไปคอยที่จุดเสด็จพระราชดำเนินล่วงหน้า ทำการตรวจรักษาจ่ายยาไปจนกว่าจะถึงเวลาเสด็จพระราชดำเนินก็สามารถตรวจรักษาจนครบถ้วนได้ นอกจากนี้ทางสาธารณสุข-จังหวัด และโรงพยาบาลประจำจังหวัด ก็ได้ร่วมมือจัดแพทย์และผู้ช่วยไปสมทบด้วยอีกคณะหนึ่ง เป็นการโดยเสด็จพระราชกุศลที่น่าอนุโมทนายิ่ง

สำหรับคนไข้ที่โปรดเกล้าฯ ให้นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลต่างๆ ในกรุงเทพฯ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นห่วงมาก จะทรงจำได้ว่ามีคนไข้คนใดบ้างที่มีอาการไม่ค่อยจะดี จะทรงสอบถามถึงอาการของเขาอยู่เสมอ โปรดเกล้าฯ ให้จัดนางสนองพระโอษฐ์และอาสาสมัครเวียนกันไปเยี่ยมเยียนคนไข้เหล่านี้ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ทุกวัน โดยมีพระราชเสาวนีย์ให้ทำตัวประดุจญาติของเขา ที่เขาจะไว้ใจบอกเล่าทุกข์สุขอะไรให้ได้ เผื่อจะสามารถปัดเป่าบรรเทาความทุกข์ของเขาได้

ที่มา เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ https://www.royaloffice.th/

#พระราชกรณียกิจ

#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

#หน่วยราชการในพระองค์

https://www.facebook.com/share/p/1Hg2p9o7Y4/

2025/11/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาอ่านเรื่อง “คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์” ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เราจะเห็นภาพ “พระราชกรณียกิจพระราชินี/พระพันปีหลวง” ที่จับต้องได้มาก ๆ คือทรงมองปัญหาสุขภาพของประชาชนจากชีวิตจริง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่ความเจ็บป่วยมักเริ่มจากความยากจน การเดินทางลำบาก และเข้าถึงหมอเฉพาะทางไม่ได้ สิ่งที่อ่านแล้วประทับใจคือแนวทางการช่วยเหลือไม่ได้หยุดแค่ “ตรวจให้ยา” แต่เป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น เมื่อเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรแล้วพบผู้ป่วยจำนวนมาก ก็ทรงมีพระราชดำริให้แพทย์ที่ตามเสด็จช่วยตรวจรักษา และหากกรณีไหนต้องรักษาต่อก็มีการส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในภาคนั้น ๆ ทันที ที่สำคัญคือถ้าเป็นโรคที่ต้องใช้แพทย์เฉพาะทางและจังหวัดไม่มีความพร้อม ก็โปรดเกล้าฯ ให้ส่งเข้ากรุงเทพฯ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม “จนกว่าจะหาย” มุมนี้สะท้อนว่าพระราชกรณียกิจด้านสาธารณสุขเน้นผลลัพธ์จริง ไม่ใช่แค่พิธีการ อีกประเด็นที่ช่วยให้เข้าใจภาพรวมคือ “หน่วยแพทย์พระราชทาน” ซึ่งเกิดจากข้อจำกัดด้านเวลาและจำนวนแพทย์ตามเสด็จไม่พอรองรับคนไข้จำนวนมาก จึงจัดทีมออกตรวจตามจุดต่าง ๆ เดินทางได้ทั้งรถยนต์หรือเฮลิคอปเตอร์ตามภูมิประเทศ ทำให้คนในพื้นที่กันดารมีโอกาสได้รับการตรวจรักษาเร็วขึ้น เหมือนการพาโรงพยาบาลไปหาเขา ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของงานช่วยเหลือประชาชนในยุคที่โครงสร้างสาธารณสุขยังไปไม่ถึงทุกหมู่บ้าน ถ้าเชื่อมกับหัวข้อที่หลายคนค้นหาอย่าง “พระราชปณิธาน 5 ประการ” (ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนในหลายมิติ) บทความนี้เป็นตัวอย่างด้าน “การดูแลทุกข์สุขของราษฎร” อย่างชัดเจน เพราะหลังส่งต่อเข้ารักษาในกรุงเทพฯ ก็ยังทรงติดตามอาการอยู่เสมอ และโปรดเกล้าฯ ให้มีนางสนองพระโอษฐ์และอาสาสมัครไปเยี่ยมทุกวัน โดยรับสั่งให้ทำตัวเหมือน “ญาติ” เพื่อให้คนไข้ไว้ใจและเล่าความทุกข์ได้ ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่จริง ๆ คือหัวใจของการเยียวยา—คนป่วยไม่ได้ต้องการแค่ยา แต่อยากมีคนรับฟังและไม่ถูกทิ้งไว้ลำพัง สุดท้าย ภาพจาก OCR ที่กล่าวถึงฉลองพระองค์ชุดไทยสีทองและภาพทรงงานด้านหลัง ช่วยตอกย้ำว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์สง่างามคือการลงมือทำงานเพื่อประชาชนจริง ๆ ใครที่อยากศึกษา “พระราชกรณียกิจพระพันปีหลวง” แบบเป็นเรื่องเป็นราว ลองอ่านแล้วสังเกต 3 คีย์เวิร์ดนี้: คนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์, หน่วยแพทย์พระราชทาน, และการส่งต่อรักษา—จะเห็นเส้นทางความเมตตาที่ต่อเนื่องและเป็นระบบมากค่ะ/ครับ