ธารน้ำใจชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลั่งไหลช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาที่ชายแดนด่านสิงขร

14 พ.ย.68 จากการเกิดสถานการณ์สู้รบของทหารเมียนมากับกองกำลังต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ในพื้นที่บ้านมูด่อง อ.ตะนาวศรี จ.มะริด ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชายแดนไทย-เมียนมา ตั้งแต่คืนวันที่ 10 พ.ย.68 จนถึงปัจจุบันสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ชาวเมียนมาจำนวนนับพันคนหนีภัยการสู้รบมาอาศัยอยู่ในพื้นที่อ้างสิทธิบริเวณช่องสิงขร ซึ่ง นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงเพื่อติดตามสถานการณ์ โดยยังไม่เปิดให้ชาวเมียนมาอพยพเข้ามาฝั่งไทย แต่ได้มีการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมด้านอาหาร น้ำดื่ม สิ่งของจำเป็น รวมถึงการรักษาผู้ป่วยผู้บาดเจ็บชาวเมียนมา โดยขณะนี้มีการจัดตั้งโรงครัวที่ศาลาหมู่บ้านไร่เครา หมู่ที่ 6 ต.คลองวาฬ เพื่อปรุงประกอบอาหารนำไปแจกจ่ายชาวเมียนมาวันละกว่า 2,000 กล่อง ขณะเดียวกัน ในวันนี้พบว่ามีประชาชนชาวไทย และหน่วยงานต่างๆ ร่วมกันนำอาหารแห้ง น้ำดื่ม สิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นมาบริจาคที่ศาลาหมู่บ้านไร่เครา ที่ว่าการอำเภอเมืองประจวบฯ ที่ทำการ อบต.คลองวาฬ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางจังหวัดได้มีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมจัดชุดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดน

2025/11/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ความขัดแย้งในเมียนมายังคงส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่กลายเป็นจุดรับผู้หนีภัยจากการสู้รบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวบ้านและหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ต่างแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยการระดมบริจาคอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความเมตตาและความมีน้ำใจในสังคมไทย ชุมชนท้องถิ่นได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือ ณ ศาลาหมู่บ้านไร่เครา เพื่อจัดตั้งโรงครัวปรุงอาหารสดใหม่วันละกว่า 2,000 กล่อง ซึ่งมีประชาชนชาวไทยเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐยังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของทั้งประชาชนไทยและผู้ลี้ภัย การให้ความช่วยเหลือต่อผู้พลัดถิ่นเช่นนี้ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาความทุกข์ยาก แต่ยังเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน การสู้รบที่ยังไม่คลี่คลายจำเป็นต้องได้รับความสนใจและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม และเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัยสงครามในพื้นที่ด่านสิงขรอย่างแท้จริง สุดท้าย การรวมตัวของชุมชนและหน่วยงานใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์วิกฤติ และแสดงให้เห็นว่าความเมตตาและความมีน้ำใจสามารถสร้างพลังบวกเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้อย่างแท้จริง