๙ คำสอนจากพ่อ หลักคิดสิ่งแวดล้อม นำทางสู่ความยั่งยืน

คำสอนที่ ๙

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ทรงตระหนักถึงความสำคัญของ “ดิน” ว่าเป็นรากฐานของชีวิตและการพัฒนาประเทศ เพราะดินคือแหล่งเพาะปลูกอาหาร เป็นทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงเกษตรกร และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่สมดุล พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายตลอดหลายทศวรรษ เพื่อศึกษาค้นคว้า ทดลอง และแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรมในประเทศไทยอย่างลึกซึ้งและเป็นระบบ โดยทรงนำหลักวิทยาศาสตร์ผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

“ดินเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ถ้าดินเสื่อมโทรม ผลผลิตก็ลดลง เกษตรกรก็เดือดร้อน ดังนั้นการบำรุงรักษาดินจึงเป็นการสร้างพื้นฐานของชีวิตที่มั่นคงให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

#วันพ่อแห่งชาติ

#วันดินโลก

#น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

#๙คำสอนจากพ่อหลักคิดสิ่งแวดล้อมนำทางสู่ความยั่งยืน

https://www.facebook.com/forking9/posts/1257300159757178

2025/12/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมคำสอนที่ 9 จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของดินซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของชีวิตและการพัฒนาของประเทศ ดินไม่เพียงแต่เป็นแหล่งเพาะปลูกอาหารที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบหลักของระบบนิเวศที่สมดุล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงทางอาหารและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เมื่อดินเสื่อมโทรม ผลผลิตก็จะลดลง ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและประเทศชาติเสี่ยงต่อการเผชิญกับวิกฤตด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม พระองค์ทรงทุ่มเทเวลาหลายทศวรรษเพื่อศึกษาค้นคว้าแนวทางแก้ไขปัญหาดินเสื่อมโทรมอย่างเป็นระบบ โดยนำหลักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เข้ามาผสานกับภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างวิธีการดูแลรักษาดินอย่างเหมาะสมและยั่งยืน การบำรุงรักษาดินที่ดีนั้น นอกจากจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้ว ยังช่วยลดการชะล้างของหน้าดิน ป้องกันการเกิดกรดหรือด่างที่ทำลายความสามารถในการเพาะปลูก และรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งทุกองค์ประกอบนี้ล้วนมีส่วนในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารของชุมชน นอกจากนี้ยังลดภาวะโลกร้อน เพราะดินที่อุดมสมบูรณ์ช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบัน แนวคิดและคำสอนของรัชกาลที่ 9 นี้ได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในโครงการอนุรักษ์ดินและน้ำหลายแห่งทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชคลุมดิน การปรับปรุงโครงสร้างดิน และการฟื้นฟูระบบนิเวศโดยรวม สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเริ่มต้นจากการใช้วิธีการง่าย ๆ อย่างการไม่เผาฟางและเศษซากพืช การเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อช่วยกันบำรุงรักษาและฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม ด้วยความเคารพและน้อมรำลึกในพระบรมราโชวาท “ดินเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์” ซึ่งเป็นคำสอนที่ยังคงความหมายและคุณค่าอย่างลึกซึ้งสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบันและอนาคต