”พื้นที่ที่คาดว่าเป็นแหล่งสแกมเมอร์จะถูกตัดสัญญาณทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีความร่วมมือและข้อตกลงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจัดการระบบสัญญาณโดยรวม เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ที่เชื่อมโยงและทับซ้อนกันระหว่างพรมแดน“
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล
รองเลขาธิการฯ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
17 ธ.ค.68
สถานการณ์การตัดสัญญาณพื้นที่แหล่งสแกมเมอร์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเกิดจากคลื่นความถี่ที่เชื่อมโยงและทับซ้อนกันซึ่งทำให้เกิดปัญหาในระบบการสื่อสารโทรคมนาคมของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง ความพยายามแก้ไขปัญหานี้จำเป็นต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและครอบคลุมมากกว่าการตัดสัญญาณชั่วคราวเท่านั้น โดยรองเลขาธิการฯ กสทช. ได้ย้ำว่าการสร้างข้อตกลงร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการระบบคลื่นความถี่ระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในทางปฏิบัติ กลยุทธ์นี้จะช่วยลดปัญหาสแกมเมอร์หรือผู้ใช้สัญญาณผิดกฎหมายที่สร้างความรบกวน ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบต่อคุณภาพของบริการโทรคมนาคมและการแพร่ภาพโทรทัศน์ในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยระดับชาติด้วย ทั้งนี้ การประสานงานระหว่างประเทศต้องประกอบไปด้วยการเจรจาเพื่อกำหนดขอบเขตการใช้คลื่นความถี่ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการวางมาตรการควบคุมร่วมกัน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศในภูมิภาค นอกจากนี้ การติดตามและตรวจสอบสัญญาณอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น ที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วเมื่อตรวจพบความผิดปกติ เรายังควรสนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างทันที เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศด้วย ท้ายที่สุด ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้านในประเด็นการบริหารจัดการคลื่นความถี่จะนำไปสู่ความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบโทรคมนาคมทั้งสองฝ่าย รวมถึงช่วยป้องกันปัญหาสแกมเมอร์ในระยะยาว เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์การพัฒนาระบบสื่อสารที่มีคุณภาพและปลอดภัยขึ้นอย่างยั่งยืน จึงควรได้รับการสนับสนุนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
