"เมื่อถึงเวลา ก็ไม่มีประเทศไหนยืนข้างเราจริงๆ ทุกคนพูดเหมือนเป็นกลาง แต่เหมือนยืนฝั่งกัมพูชา ถ้าพูดให้เป็นกลาง คือ เขาฟังข้อมูลทางการกัมพูชา….. ไม่มีประเทศใดเข้าข้างเรา ผมไม่เห็นมีประเทศไหน ที่ประณามกัมพูชา ว่าทำไมวางทุ่นระเบิดในเขตของไทย แต่มาพูดว่าขอให้ไทยลดการใช้อาวุธ ลดความรุนแรง“

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ทำเนียบรัฐบาล

23 ธ.ค.2568

2025/12/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์วางทุ่นระเบิดในเขตชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงความตึงเครียดในภูมิภาคและความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต่อให้มีการพูดถึงความเป็นกลางจากนานาชาติ แต่ในความเป็นจริง กลับเหมือนกับว่าประเทศต่างๆ เข้าไปฟังข้อมูลเพียงฝั่งเดียวและแสดงท่าทีกดดันไทยให้ลดการใช้อาวุธและความรุนแรงแทนที่จะเป็นการประณามกัมพูชาในเรื่องการวางทุ่นระเบิดบนพื้นที่ไทย การไม่มีพันธมิตรที่ชัดเจนในเวทีระหว่างประเทศทำให้สถานการณ์นี้เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับรัฐบาลไทยในการรักษาความมั่นคงชายแดนและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เพราะนอกจากจะต้องจัดการกับภัยคุกคามจากการวางทุ่นระเบิดแล้ว ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศที่อ้างถึงความจำเป็นในการลดความรุนแรงและความขัดแย้ง ในมุมมองของผู้ใช้งานและผู้ติดตามข่าวสารเรื่องนี้ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่เคยง่ายและมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ความสัมพันธ์ทางการทูต และผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ยังต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและใช้วิจารณญาณ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือการหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน สำหรับคนไทยที่สนใจหรือติดตามสถานการณ์นี้ การสนับสนุนการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับความมั่นคงชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพและไม่ใช้ความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งการติดตามคำแถลงจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลรวมถึงการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารจากหลากหลายแหล่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ถูกต้องและครบถ้วนมากขึ้น โดยรวม เรื่องทุ่นระเบิดและความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาไม่เพียงแต่เป็นประเด็นความมั่นคงภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความซับซ้อนของภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคและบทบาทของประเทศอื่นๆ ที่มีต่อสถานการณ์นี้ ซึ่งผู้คนทั่วไปสามารถมีบทบาทในการติดตามและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างมีสติและถูกต้อง เป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน.