พรรณไม้พระราชทานนาม
"ทิพเกสร"
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Utricularia minutissima Vahl.
วงศ์ : LENTIBULARIACEAE
ชื่ออื่น : หญ้าฝอยเล็ก
เป็นไม้ล้มลุกประเภทพืชจับแมลง ลำต้นใต้ดินแตกแขนงเป็นฝอยเล็ก ๆ คล้ายราก มีกระเปาะกลมขนาดเล็กมากตามข้อของไหล ช่อดอกออกเดี่ยว ไม่แตกแขนง ตั้งตรง ยาว ๕-๑๕ เซนติเมตร ใบประดับรูปไข่ ดอกจำนวน ๒-๑๕ ดอก เรียงไม่เป็นระเบียบบนช่อดอก ก้านดอกยาวประมาณ ๑ มิลลิเมตร กลีบดอกติดกันเป็นรูปปากเปิด สีชม พูอมม่วง สีม่วงอ่อน หรือสีขาวอมชมพู กลีบล่างมีจงอยเหยียดตรงไปด้านหน้า ผลแห้ง รูปรี แบน แตกตามยาว
เขตกระจายพันธุ์และถิ่นกำเนิด : พบในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และภาคใต้ของประเทศไทย ต่างประเทศพบที่อินเดีย จีน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคมาเลเซีย จนถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ขึ้นเป็นกลุ่มบนพื้นที่ชื้นแฉะตามแอ่งภูเขาหินทรายที่มีน้ำไหลริน ในช่วงฤดูฝน ที่ระดับความสูง ๕๐-๑,๕๐๐ เมตร ออกดอกและติดผลในช่วงเดือน พฤศจิกายน–ธันวาคม
เป็นพืชหายาก แม้มีเขตกระจายพันธุ์กว้าง แต่เป็นพืชฤดูเดียวที่ต้องอาศัยระบบนิเวศอันเปราะบางของพื้นที่ชื้นแฉะตามฤดูกาล ส่งผลให้ประชากรมีแนวโน้มลดลงทุกปี เนื่องจากถิ่นอาศัยถูกทำลายหรือเปลี่ยนสภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก
สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
https://www.facebook.com/phralanofficial/posts/1168651655440431
เวลาเจอคำว่า “ทิพเกสร” ครั้งแรก เราแอบนึกว่าเป็นชื่อดอกไม้ทั่วไปที่ปลูกประดับได้ แต่พอไปอ่านรายละเอียดถึงรู้ว่า “ทิพเกสร (Utricularia minutissima Vahl.)” เป็นพืชจับแมลงขนาดเล็กมาก และยังเป็น “พรรณไม้พระราชทานนาม” ด้วย เลยอยากสรุปแบบอ่านง่าย เผื่อใครค้นหาคำว่า ทิพเกสร แล้วอยากรู้ว่าคืออะไรกันแน่ สิ่งที่น่าสนใจของทิพเกสรคือเป็นไม้ล้มลุกที่ขึ้นตามพื้นที่ชื้นแฉะตามฤดูกาล โดยลำต้นใต้ดินจะเป็นฝอย ๆ คล้ายราก และมี “กระเปาะ” เล็กมากอยู่ตามข้อ (ตรงนี้แหละที่ทำหน้าที่เหมือนกับดัก/ถุงดักสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋ว) ทำให้ถูกจัดเป็นกลุ่มพืชจับแมลงในสกุล Utricularia จุดสังเกตเวลาอยากจำแนกจากภาพคือ “ดอก” จะออกบนช่อดอกตั้งตรง ความยาวประมาณ 5–15 ซม. ดอกเล็ก ๆ หลายดอกบนช่อเดียว สีที่พบได้ตั้งแต่ชมพูอมม่วง ม่วงอ่อน ไปจนถึงขาวอมชมพู บางภาพจะเห็นดอกทิพเกสรสีม่วงเด่นมาก ทำให้หลายคนจดจำได้ทันทีว่าเป็นดอกไม้หน้าตาน่ารักแต่ไม่ธรรมดา ถิ่นอาศัยของทิพเกสรมักเป็นแอ่งหินทรายหรือบริเวณที่มีน้ำไหลริน ชื้นแฉะในช่วงฤดูฝน พบได้หลายภาคของประเทศไทย (เหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ และใต้) และยังพบในต่างประเทศตั้งแต่อินเดีย จีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ถ้าใครวางแผนออกภาคสนาม แนะนำให้โฟกัสช่วงปลายฝน-ต้นหนาว เพราะข้อมูลระบุว่าออกดอกติดผลช่วงราวพฤศจิกายน–ธันวาคม อีกประเด็นที่อยากชวนอ่านคือแม้ทิพเกสรจะมีเขตกระจายพันธุ์ค่อนข้างกว้าง แต่ถูกมองว่า “หายาก” เพราะเป็นพืชฤดูเดียว และต้องพึ่งพาระบบนิเวศพื้นที่ชื้นแฉะที่เปราะบางมาก ถ้าพื้นที่ถูกถม ทำถนน เปลี่ยนทางน้ำ หรือแหล่งชื้นแฉะหายไป วงจรชีวิตของเขาอาจสะดุดทันที ถ้าใครอยากช่วยแบบง่าย ๆ ในฐานะคนทั่วไป เราว่าทำได้ด้วยการไม่เหยียบย่ำ/ขุดเก็บจากแหล่งธรรมชาติ และช่วยกันส่งต่อความรู้ว่าทิพเกสรเป็นพืชเฉพาะถิ่นที่ควรอนุรักษ์มากกว่าจะเก็บมาเลี้ยงเล่น เพราะความสวยของดอกเล็ก ๆ แบบนี้มีคุณค่ากับระบบนิเวศมากกว่าที่คิด
