นายกย้ำเร่งจ่ายเงินเยียวยาเหตุชายแดนไทยกัมพูชา

นายกฯ ย้ำ เร่งจ่ายเงินเยียวยาเหตุชายแดนไทย - กัมพูชา “กปภ.” ยกเว้นค่าน้ำกว่า 6.13 ล้านบาท “แรงงาน” เร่งช่วยเหลือผู้ประกันตนกรณีว่างงาน

หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติกรอบวงเงิน 2,335,640,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของกองกำลังจากนอกประเทศ เพิ่มเติม จำนวน 467,128 ครัวเรือน

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ได้เน้นย้ำให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเสมอภาค เป็นธรรม และทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลจ่ายเงินเยียวยาให้ครอบคลุม ทั่วถึง รวมทั้งดูแลสวัสดิการต่าง ๆ แก่ ทหาร ตำรวจ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่เสียสละทำหน้าที่ปกป้องดูแลแนวชายแดนพื้นที่ที่มีความเสี่ยง และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ขณะที่

การประปาส่วนภูมิภาค ยกเว้นการเรียกเก็บค่าน้ำประปา แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่แนวชายแดน

ไทย-กัมพูชา จำนวน 20,808 ราย และศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิง รวม 97 แห่ง รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้นกว่า 6.13 ล้านบาท อีกทั้ง นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ลงนามในร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการได้รับประโยชน์ในกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการสู้รบบริเวณชายแดน และร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การกำหนดท้องที่ให้ความช่วยเหลือและระยะเวลาการได้รับประโยชน์ทดแทน

ในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากการสู้รบบริเวณชายแดน แล้ว ทั้ง 7 จังหวัด ผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่ประกาศจะได้รับเงินสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานในอัตรา ร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ตลอดช่วงที่ไม่สามารถทำงานได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 180 วัน จะทำให้มีลูกจ้างได้รับการช่วยเหลือ 577 ราย คิดเป็นเงินจำนวน 2,703,250 บาท

#กปภยกเว้นค่าน้ำกว่า6ล้านบาท #แรงงานเร่งช่วยเหลือผู้ประกันตนกรณีว่างงาน #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงแรงงาน

2/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ผมเห็นว่าโครงการช่วยเหลือเยียวยาที่รัฐบาลดำเนินการนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ด้วยการอนุมัติวงเงินกว่า 2,335 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนมากกว่า 467,000 ครัวเรือน นอกจากนี้ การที่ กปภ. ยกเว้นค่าน้ำประปาแก่ผู้ได้รับผลกระทบนับหมื่นราย รวมเป็นมูลค่ากว่า 6.13 ล้านบาท นับเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงจุด ผมยังเห็นด้วยกับมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยจากการสู้รบบริเวณชายแดน ซึ่งมีการกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 180 วัน ทำให้แรงงานที่ได้รับผลกระทบสามารถมีรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การดูแลสวัสดิการต่อเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่เสียสละปกป้องชายแดนก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความสงบและความปลอดภัยในพื้นที่ ทุกขั้นตอนของการช่วยเหลือนี้ต้องมีความรวดเร็วและโปร่งใส เพื่อให้การเยียวยาส่งถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจว่าภาครัฐมีการจัดการที่ดีและใส่ใจประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น หากทุกคนร่วมมือกันทั้งภาครัฐและประชาชนก็จะช่วยให้พื้นที่ชายแดนกลับคืนสู่ความสงบและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ