มหาดไทยสั่งดูแลทุกพื้นที่เสี่ยงไฟป่าหมอกควันPM

มหาดไทย สั่งดูแลทุกพื้นที่เสี่ยงไฟป่า หมอกควัน PM2.5 เฝ้าระวังเข้มข้น มี.ค. - เม.ย. “สุชาติ” สั่ง เสือไฟ สกัดไฟป่าเมืองกาญจน์

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์และการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ซึ่งแม้จะพบว่าสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในภาพรวมของประเทศปีนี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา นายศักดิ์ดา ระบุว่ารัฐบาลยังเฝ้าระวังสถานการณ์ทุกพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 รุนแรงที่สุด โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ จึงขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการอย่างเข้มข้น พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยใช้กลไกของท้องถิ่นเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือและสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่ให้งดการเผาทุกประเภท ทั้งนี้พบว่าประชาชน ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเป็นอย่างดีทำให้จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ค่าเฉลี่ยฝุ่น และจุดเผาในพื้นที่ ในช่วงวันที่ 1 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 ลดลง ขณะที่สถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดกาญจนบุรีมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ล่าสุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลัง ยุทโธปกรณ์ พร้อมส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า เพื่อปกป้องพื้นที่ป่าอนุรักษ์ชั้นในอย่างเต็มกำลัง โดยกรมอุทยานฯ สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษดับไฟป่า หรือ “ชุดเสือไฟ” จากศูนย์ปฏิบัติการไฟป่าชุมพร และนครศรีธรรมราช เข้าพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีทันที พร้อมสั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดย้ำการวางแผนดับไฟให้สอดคล้องกับภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชัน และรายงานสถานการณ์เป็นระยะเพื่อปรับแผนการใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุน ส่วนสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการตรวจพบจุดไฟป่า จำนวน 1 จุด กำลังลุกลามบริเวณยอดเขาสูงในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นายสุชาติ สั่งการให้จัดชุดปฏิบัติการบิน เร่งสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่สูงชัน เข้าถึงยาก ทำให้ยังไม่สามารถควบคุมไฟได้อย่างเบ็ดเสร็จ โดยจะบูรณาการกำลังภาคพื้นดินและอากาศเข้าควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในวงจำกัดโดยเร็วที่สุด

#กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

2/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ผมพบว่าการเฝ้าระวังและดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มงวดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมาก มาตรการที่น่าสนใจคือการใช้ “ชุดเสือไฟ” ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญในการดับไฟป่าโดยเฉพาะ พร้อมติดตั้งเฮลิคอปเตอร์สนับสนุนซึ่งช่วยให้การเข้าถึงพื้นที่สูงชันหรือยากต่อการเข้าถึงสามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหตุการณ์ไฟป่าที่จังหวัดกาญจนบุรีจึงได้รับการควบคุมอย่างใกล้ชิดพร้อมการรายงานสถานการณ์เป็นระยะ เพื่อปรับแผนการดับไฟให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ นอกจากมาตรการภาครัฐแล้ว การสร้างความร่วมมือกับประชาชนในท้องถิ่นโดยเฉพาะเกษตรกรให้หยุดการเผาฟางหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ถือเป็นอีกจุดแข็งที่ช่วยลดจุดเริ่มต้นของไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค่าฝุ่นละออง PM2.5 และจำนวนจุดความร้อนลดลงอย่างมีนัยสำคัญแสดงให้เห็นว่าการบูรณาการงานระหว่างภาครัฐและประชาชนช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้จริง สิ่งที่ควรติเป็นการให้ความรู้และส่งเสริมมาตรการป้องกันจากระดับชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความตระหนักและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดปี เพราะหมอกควันและไฟป่าเป็นปัญหาที่ส่งผลทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม การเสริมภูมิต้านทานและเฝ้าระวังจากทุกภาคส่วนจึงจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีและคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม