“การทำงานของรัฐสภาซึ่งรวมผู้คนมากหมู่เหล่าไว้ เพื่อสนองงานแผ่นดิน เกื้อกูลประโยชน์สุขของมหาชน ทุกคนทุกฝ่ายจำเป็นต้องมีจิตสำนึกในคุณธรรมจริยธรรม นำทางประพฤติตนและปฏิบัติงานอยู่เสมอ” - สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานธรรมภาษิตไว้สำหรับจารึกบนแพรรองรับตราแผ่นดินในรัชสมัยของพระองค์ว่า “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา” แปลความว่า “ความพร้อมเพรียงของชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ” เป็นคติเตือนใจชาวไทยทุกหมู่เหล่า ให้มั่นคงในสามัคคีธรรม อันจะนำมาซึ่งความผาสุกสันติและเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักร

การทำงานของรัฐสภาซึ่งรวมผู้คนมากหมู่เหล่าไว้ เพื่อสนองงานแผ่นดิน เกื้อกูลประโยชน์สุขของมหาชน ทุกคนทุกฝ่ายจำเป็นต้องมีจิตสำนึกในคุณธรรมจริยธรรม นำทางประพฤติตนและปฏิบัติงานอยู่เสมอ หากแม้มีทางเลือกสองแพร่งให้ดำเนินไป โดยทางหนึ่งเป็นประโยชน์ตนยิ่งกว่า ส่วนอีกทางหนึ่งเป็นประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่า ย่อมต้องหักห้ามใจที่จะไม่เลือกทางที่เอื้อเฟื้อประโยชน์ตนมากกว่า แต่ต้องยอมพลีตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วมุ่งมั่นดำเนินไปบนวิถีนั้นแต่เพียงเท่านั้น

ถ้าทุกท่านทำได้เช่นนี้ ความพร้อมเพรียงของชนทุกหมู่ ที่มาอยู่ร่วมกันเป็นสภาเพื่อทำหน้าที่นิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ก็จักบังเกิดโดยอัตโนมัติ เพราะต่างก็มีปณิธานเดินไปบนหนทางเดียวกัน อันนำไปสู่ความเจริญสำเร็จของชาติบ้านเมืองเป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน

ที่มา : พระคติธรรม สำหรับหนังสือที่ระลึกที่รัฐสภาจัดพิมพ์ เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช

#ความพร้อมเพรียงของชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ _ยังความเจริญให้สำเร็จ

https://www.facebook.com/share/p/1MpczmCwrk/

3/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์การทำงานร่วมกับทีมงานที่มีความหลากหลาย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการที่ทุกคนมีจิตสำนึกในคุณธรรมและจริยธรรมทำให้การประสานงานราบรื่นขึ้นมาก ความพร้อมเพรียงในการทำงานนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะการมีเป้าหมายเดียวกันเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการที่สมาชิกในกลุ่มทุกคนมีเจตนาที่จะให้ประโยชน์ส่วนรวมสำคัญกว่าประโยชน์ส่วนตัว คำกล่าวของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) เน้นย้ำว่า แม้จะมีทางเลือกที่ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองมากกว่า แต่ความเสียสละเพื่อส่วนรวมคือสิ่งที่ควรยึดถือ นี่คือบทเรียนสำคัญที่ทุกคนควรเรียนรู้ เพราะการมีจิตสำนึกเช่นนี้เท่านั้นที่จะช่วยสร้างความพร้อมเพรียงของชนหมู่หลายและความเจริญรุ่งเรืองของชาติได้จริง เมื่อเรานำธรรมภาษิต “สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา” มาเป็นแนวทาง แม้ในชีวิตประจำวันก็ช่วยให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร การทำงาน หรือชุมชน และนี่คือรากฐานสำคัญของสังคมที่เข้มแข็ง บทความนี้จึงถือเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการย้ำเตือนถึงคุณค่าแห่งความพร้อมเพรียง และจริยธรรมซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยในชีวิตประจำวันของเรา