นายกฯ ประชุม ครม. นัดพิเศษ เห็นชอบ 7 มาตรการ เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 400 บาท เพิ่มสินค้าควบคุม ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ พิจารณามาตรการดูแลประชาชน หลังปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวง

ที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเห็นชอบให้ พิจารณาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงได้ ด้านกระทรวงพลังงาน ชี้แจงความจำเป็นการปรับขึ้นราคาน้ำมัน เพื่อสะท้อนต้นทุนจริง ลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขณะนี้ติดลบ 38,000 ล้านบาท ลดปัญหาการเก็งกำไรและกักตุนน้ำมัน นอกจากนี้ ครม. ได้เห็นชอบ 7 มาตรการ ให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือประชาชนและกลุ่มเปราะบาง โดยจะเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 100 บาทต่อเดือน เป็น 400 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 1 เดือน ช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุก รถโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มเกษตรกร ประมง ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้างที่ต้องส่งมอบงานล่าช้า เตรียมวงเงินซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาท เสริมสภาพคล่องแก่ SMEs ด้านกระทรวงพาณิชย์ เพิ่มสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ จากเดิม 59 รายการ ได้แก่ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส น้ำปลา และซีอิ๊ว ขณะที่กระทรวงคมนาคม จะช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าในกลุ่มรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ โดยรัฐจะให้เงินอุดหนุนตามการใช้งานจริงอ้างอิงข้อมูลผ่าน GPS และโอนผ่านพร้อมเพย์ ส่วนรถโดยสารขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกก่อน อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเสนอให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดจุดเติมน้ำมัน สถานีบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ

ทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กระทบต่อประชาชน

#นายกประชุมครมนัดพิเศษเห็นชอบ7มาตรการ #เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น400บาท #เพิ่มสินค้าควบคุม

#ลดผลกระทบค่าครองชีพประชาชน #กระทรวงการคลัง #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงคมนาคม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

3/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วไปอย่างมาก การที่รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนออกมาเพื่อบรรเทาผลกระทบเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาทเป็น 400 บาทต่อเดือนในระยะเวลา 1 เดือนนั้น ช่วยให้กลุ่มผู้มีรายได้น้อยสามารถซื้อสินค้าและบริการที่จำเป็นได้ง่ายขึ้นอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ส่วนตัวในฐานะผู้ใช้บัตรสวัสดิการ พบว่าเมื่อวงเงินเพิ่มขึ้นจะช่วยลดความกังวลใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการซื้ออาหารจำเป็นและของใช้พื้นฐาน นอกจากนี้ การขยายสินค้าควบคุมอีก 7 รายการ เช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด ซอสปรุงรส น้ำปลา และซีอิ๊ว ยังช่วยควบคุมราคาสินค้าและลดการเก็งกำไรที่อาจส่งผลให้ราคาสูงเกินควร นอกจากความช่วยเหลือโดยตรงต่อประชาชนแล้ว การเตรียมวงเงินซอฟต์โลน 10,000 ล้านบาทเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องแก่ SMEs ยังเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สำคัญ เพราะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและกลางเหล่านี้มักได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของตลาด ดังนั้นมาตรการดังกล่าวจึงช่วยรักษาธุรกิจเหล่านี้ให้อยู่ได้และไม่ต้องลดจำนวนพนักงาน ส่วนมาตรการช่วยเหลือกลุ่มรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะที่ใช้การอุดหนุนผ่านระบบ GPS และพร้อมเพย์ ก็เป็นแนวทางที่ทันสมัยและตรงจุด ทำให้ได้ค่าช่วยเหลือที่เป็นธรรมและโปร่งใส พร้อมทั้งการลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อยืนยันสิทธิ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ สุดท้ายการเตรียมความพร้อมช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยการกำหนดจุดเติมน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะในทุกจังหวัด เป็นการลดปัญหาความขาดแคลนและสับสนของประชาชนในช่วงเทศกาล ซึ่งถือเป็นการดูแลที่ครอบคลุมในทุกมิติของการใช้ชีวิตช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยรวมแล้ว มาตรการทั้ง 7 ข้อนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชนและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภาวะราคาพลังงานที่ผันผวนอย่างหนัก การติดตามข่าวสารและลงทะเบียนรับสิทธิ์ต่าง ๆ อย่างรอบคอบจะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ได้อย่างเต็มที่