📢 เช็กประวัติออนไลน์

ตร.จับมือ ขนส่งฯ เชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อการอกใบอนุญาตขับรถสาธารณะ

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พานทอง สุวรรณจูฑะ รอง ผบช.ฯ ปรก.สง.รอง ผบ.ตร., พล.ต.ต.หญิง เอกอาภา ตันศิริ ผบก.ทว. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าหารือร่วมกับ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 1 กรมการขนส่งทางบก

🤝 เพื่อสรุปแนวทางการประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการขนส่งทางบก สำหรับใช้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ขอทำหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและรถขนส่ง

ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น:

✅ ลดขั้นตอน: ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเดินทางไปขอใบตรวจประวัติด้วยตนเองแบบเดิม

✅ ตรวจสอบทันใจ: ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ เชื่อมโยงข้อมูลโดยตรง

✅ ยกระดับความปลอดภัย: คัดกรองผู้ขับขี่รถสาธารณะอย่างเข้มข้น เพื่อความมั่นใจของผู้โดยสาร

⏳ กำหนดการ: เตรียมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ และคาดว่าจะพร้อมเปิดใช้งานระบบอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 90 วัน!

#กองสารนิเทศ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กรมการขนส่งทางบก #เช็กประวัติออนไลน์ #ใบขับขี่สาธารณะ #ความปลอดภัยทางถนน #บริการประชาชน

3/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตขับขี่สาธารณะและการคัดกรองผู้ขับรถ การร่วมมือกันระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยในการขนส่งสาธารณะอย่างมาก การเชื่อมโยงฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมทางอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดภาระและข้อจำกัดในเรื่องของเวลารวมถึงค่าใช้จ่ายของผู้ที่ต้องขอหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถ ก่อนหน้านี้ การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมมักต้องเดินทางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใบตรวจประวัติด้วยตัวเอง ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เกิดความล่าช้าและความไม่สะดวก แต่เมื่อปัจจุบันระบบออนไลน์มีบทบาทมากขึ้น การรับรองคุณสมบัติผู้ขับรถผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูลโดยตรง ถือเป็นการรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ การคัดกรองเข้มข้นนี้ยังสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสารว่าผู้ที่ได้ใบอนุญาตขับรถสาธารณะนั้นผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดและมีความปลอดภัย ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของวงการขนส่งในประเทศไทย และยังช่วยลดปัญหาผู้ขับขี่ที่อาจมีประวัติไม่เหมาะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในมุมมองของผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ การพัฒนาเหล่านี้นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจมากขึ้นเวลาขึ้นรถสาธารณะหรือรถโดยสารต่าง ๆ ที่มีใบอนุญาตขับขี่ที่ถูกต้องตามกฎหมายและผ่านการคัดกรองอย่างเข้มงวด ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยขึ้นแบบที่เราทุกคนควรได้รับ ท้ายที่สุด การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก นับเป็นจังหวะที่เหมาะสมมากเพื่อปรับใช้ระบบนี้ และหากระบบได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบภายใน 90 วันตามกำหนด น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อตลาดผู้ขับขี่สาธารณะและประชาชนทั่วไปที่ได้รับบริการอย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น