รัฐบาลกางแผนบริหารน้ำมันสร้างความมั่นใจช่วงสงกรานต์ ยันกักตุนจับจริงแน่

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเข้าใจในความกังวลของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับการเข้าถึงน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงขอชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีระกุล ได้มีการสั่งการและติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิดในประเด็นหลักๆดังนี้

1. การกระจ่ายน้ำมัน มีแผนในรายละเอียด คือ 1)กระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่ง (Jobber) ประมาณ 7 ล้านลิตรต่อวัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรและลดความแออัดในสถานีบริการ 2) กำชับผู้ค้าน้ำมันสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้น พร้อมจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง 3) จัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม 4) อำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มเติม โดยปรับลดอัตราการสำรองจากร้อยละ 7 เหลือร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการนำเข้า

2. ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศได้แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือเว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ เพื่อวางแผนการเดินทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

3.เร่งบริหารจัดการการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อชดเชยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการเชิงรุกผ่านกลไกทางการทูตและการเจรจา เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน โดยมีการประสานความร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่ง อาทิ บราซิล อาเซอร์ไบจาน และไนจีเรีย ซึ่งต่างแสดงความพร้อมสนับสนุน และอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสมร่วมกับโรงกลั่นในประเทศไทย

4.ติดตามการขนส่งน้ำมันเข้าประเทศให้เป็นตามแผน ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการยืนยันตารางเรือขนส่งน้ำมันที่จะเข้าสู่น่านน้ำไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2569 รวมกว่า 36 ล้านบาร์เรล โดยเฉพาะในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีน้ำมันเข้าสู่ระบบมากกว่า 24 ล้านบาร์เรล และในเดือนพฤษภาคมอีกกว่า 8.96 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำมันของประเทศ และในระยะยาวก็จะมีการนำเข้าเป็นระยะๆสอดรับระดับความต้องการ

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้ติดตามสถานการณ์การกระจายน้ำมันให้ถึงมือประชาชนอย่างใกล้ชิด และเข้มในเรื่องการจับกุมผู้กักตุนน้ำมัน โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 24-25 มีนาคมที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้สนธิกำลังร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน หน่วยงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ที่ทางผู้ค้ารายใหญ่ และผู้ค้าอิสระในหลายจังหวัดทั่วภูมิภาค ซึ่งในพื้นที่จังหัดสระบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจพบ พบจุดต้องสงสัย 3 จุด ลักลอบกักตุนและจำหน่ายน้ำมันดีเซลและเบนซินรวม 31,299 ลิตร โดยไม่มีใบอนุญาต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ กรมสรรพสามิตบูรณาการร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเรือต้องสงสัยในเขตพื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่27 มี.ค. และตรวจพบน้ำมันดีเซล จำนวน 85,000 ลิตร ซึ่งไม่สามารถ แสดงที่มาของน้ำมันได้จึงได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และปรับรวมกว่า 3.85 ล้านบาท

“เพื่อดูแลการเดินทางของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งในเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้เข้ามานี้ รัฐบาลเตรียมพร้อม เร่งระดมปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานีบริการขาดแคลนน้ำมันลดลง ประชาชนยังสามารถตรวจสอบสถานะน้ำมันได้ ผ่านแอปพลิเคชัน Fuel-Now หรือที่เว็บไซต์ https://fuel-now.doeb.go.th/ สำหรับสถานีน้ำมันในแต่ละพื้นที่ได้อีกด้วย” นางสาวรัชดา กล่าว

////

3/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนมักวางแผนเดินทางกลับบ้านหรือตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าหลายปีที่ผ่านมา บางพื้นที่ถึงกับประสบปัญหาน้ำมันขาดตลาดจนกระทบต่อการเดินทางของประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งอย่างหนัก แต่เมื่อได้ติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดจากรัฐบาลโดยเฉพาะนางสาวรัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับฟังแผนการบริหารจัดการน้ำมันในเทศกาลสงกรานต์ซึ่งถือว่าช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น ทั้งการกระจายน้ำมันไปยังผู้ค้าส่งจำนวน 7 ล้านลิตรต่อวัน การสำรองน้ำมันเพิ่มและจัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสแตนด์บายในพื้นที่ที่มีความต้องการสูง รวมถึงการจัดจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ยังมีการอำนวยความสะดวกการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความเพียงพอของน้ำมันในระบบ สิ่งที่น่าสนใจคือการเปิดตัวแอปพลิเคชัน Fuel-Now และเว็บไซต์ fuel-now.doeb.go.th ที่ให้ประชาชนตรวจสอบสถานะน้ำมันในสถานีบริการได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจและลดความวิตกกังวล นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความโปร่งใสและความสะดวกของประชาชนในยุคดิจิทัล อีกประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างสูงคือการจับกุมผู้กักตุนและลักลอบจำหน่ายน้ำมันโดยผิดกฎหมาย ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบกลโกงและดำเนินคดีอย่างจริงจัง ทั้งในจังหวัดสระบุรีและสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้ตลาดน้ำมันมีความเป็นธรรมและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในฐานะที่ใช้รถยนต์เป็นประจำ และต้องเดินทางในช่วงเทศกาลบ่อยครั้ง การมีข้อมูลและระบบติดตามสถานะน้ำมันเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันขาดหรือราคาพุ่งสูงอย่างไม่สมเหตุสมผล ทั้งยังช่วยให้วางแผนเติมน้ำมันได้ดีและไม่เสียเวลาเข้าแถวรอเติมน้ำมันนานๆ ดังนั้นการบริหารจัดการเชิงรุกของรัฐบาลถือว่าสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้รถทุกคนได้อย่างแท้จริง