“…สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดง “วิธุรชาดก” ว่าด้วยวิธุรบัณฑิต อันเป็นพระชาติหนึ่งของพระองค์ในสมัยที่ทรงบำเพ็ญสั่งสมบารมี วิธุรบัณฑิตได้สั่งสอนข้อควรประพฤติและข้อไม่ควรประพฤติของราชเสวกหรือข้าราชการทั้งหลายไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วน เรียกรวมหมวดนี้ว่า “ราชวสติธรรม”

.

อันข้าราชการทุกหมู่เหล่าพึงศึกษาให้กระจ่างใจ และน้อมนำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อยังความวัฒนาผาสุกมาสู่ประเทศชาติ สมพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นประมุขของชาติ

.

ราชวสติธรรมประการหนึ่ง ซึ่งสมควรน้อมนำมาพิจารณา ปรากฏความว่า

“ราชเสวกพึงเป็นผู้มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีราชการ รู้จักกาล รู้จักสมัย”

.

ดังนี้ ข้าราชการพลเรือน เป็นผู้มีหน้าที่โดยตรงในการรับภาระของประเทศชาติและประชาชน จึงจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถเฉียบแหลมเป็นพื้นฐาน หากขาดปัญญาความรอบรู้ในภารกิจที่ตนรับผิดชอบเสียแล้ว ผลร้ายย่อมเกิดขึ้นได้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

.

ในขณะเดียวกัน ยังต้องเป็นผู้รู้จักกาลสมัย ทั้งเหตุในอดีตที่ส่งผลในปัจจุบัน พร้อมทั้งเหตุในปัจจุบันอันจะยังผลในอนาคต เพื่อความถูกต้องแม่นยำในการปฏิบัติหน้าที่ทุกประการ…”

#พระคติธรรม

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร)

สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระคติธรรมประทานเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน

พุทธศักราช ๒๕๖๑

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช

#ราชเสวกพึงเป็นผู้มีปัญญา #สมบูรณ์ด้วยความรู้ฉลาดในวิธีราชการ #รู้จักกาลรู้จักสมัย

4/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานราชการและสนใจในหลักธรรมคำสอนนี้ ผมเห็นว่าข้อความจาก "ราชวสติธรรม" ที่เน้นเรื่องการเป็น "ผู้มีปัญญา สมบูรณ์ด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีราชการ และรู้จักกาลรู้จักสมัย" เป็นแก่นแท้ที่สำคัญมากสำหรับการทำงานราชการในยุคปัจจุบัน การปฏิบัติราชการไม่ใช่เพียงแค่ทำงานตามหน้าที่เท่านั้น แต่ต้องมีความรอบรู้และเข้าใจบริบทของสถานการณ์อย่างลึกซึ้ง ทั้งรู้ประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ในอดีตที่ส่งผลต่อปัจจุบัน และการคาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้การตัดสินใจมีความเหมาะสมและแม่นยำ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผมได้นำมาใช้ในการทำงานจริงๆ พบว่าการมีองค์ความรู้และปัญญาเหล่านี้ ช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น นอกจากนี้ "ราชวสติธรรม" ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการมีความฉลาดในวิธีราชการ ซึ่งหมายถึงการมีทักษะและความเข้าใจในระบบราชการ วัฒนธรรมองค์กร และการบริหารงานอย่างถูกต้องเหมาะสม การเรียนรู้และพัฒนาตนเองในส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ข้าราชการสามารถรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ได้ดี และสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ "รู้จักกาลรู้จักสมัย" ผมขอเน้นว่าการมีความรู้สึกถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทำงาน และความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่ เป็นสิ่งที่ข้าราชการยุคนี้ต้องตระหนักไว้เสมอ เช่น การยอมรับเทคโนโลยีใหม่ๆ การเปิดรับความคิดเห็นหลากหลาย และการปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิผลและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าพระคติธรรมอันล้ำค่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนคุณภาพของข้าราชการเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนในระบบราชการนำบทเรียนนี้ไปปฏิบัติอย่างจริงจังและตั้งใจ