นายกฯ สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ลักลอบขายน้ำมันไปกัมพูชา “เอกนิติ” สั่งปรับลดค่าการกลั่น-การตลาด เพื่อลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เสนอ ครม. 6 เม.ย. นี้
จากกรณีตรวจพบขบวนการลักลอบนำน้ำมันไปขายให้ประเทศกัมพูชา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ตั้งหน่วยจับกุมผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาและลักลอบนำน้ำมันออกไปขาย จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ เพราะถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ส่วนการดูแลเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ยืนยันว่าจะหาทุกช่องทางเพื่อลดภาระประชาชน กระทรวงพลังงาน ยืนยันขณะนี้มีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 106 วัน แต่ยังมีการจัดหาเพิ่มเติม ซึ่งบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สามารถผลิตน้ำมันดีเซล B20 ได้แล้วล็อตแรก 35,000 ลิตร โดยจำหน่ายผ่านคลัง และเตรียมเปิดจำหน่ายในสถานีบริการภายในเดือนเมษายนนี้ โดยรถยนต์ที่จะใช้ต้องเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม เป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานจากแหล่งในประเทศ
ลดการพึ่งพาการนำเข้า ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประชุมคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) นัดแรก มอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งพิจารณาปรับลดค่าการกลั่น หาต้นทุนค่าความเสี่ยง หรือ War Premium ที่แท้จริง และทบทวนค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยที่ประชุมเห็นควรกำหนดเพดานและขั้นต่ำของค่าการกลั่นและค่าการตลาด จึงให้โรงกลั่นส่งข้อมูลภายในวันที่ 3 เมษายน 2569 และ คตร. จะประชุมอีกครั้ง ตั้งเป้าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 6 เมษายน 2569
เพื่อนำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก เชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าว จะส่งผลให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงกว่าปัจจุบันอย่างแน่ นอน
#นายกสั่งดำเนินคดีเด็ดขาดผู้ลักลอบขายน้ำมันไปกัมพูชา #เอกนิติสั่งปรับลดค่าการกลั่นการตลาดเพื่อลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม #กระทรวงพลังงาน #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
จากสถานการณ์น้ำมันที่มีการลักลอบนำออกไปขายยังประเทศกัมพูชา ซึ่งสร้างปัญหาและผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศ รวมถึงส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การที่นายกฯ ได้สั่งดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง ในฐานะผู้ที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทย มองว่า การเร่งปรับลดค่าการกลั่นและค่าการตลาดเป็นแนวทางที่ถูกต้องและจำเป็น เพราะจะช่วยให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการดำเนินชีวิตของผู้คนและภาคธุรกิจต่างๆ ที่พึ่งพาพลังงานเหล่านี้อย่างมาก นอกจากนี้ การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซล B20 ที่ผลิตในประเทศ ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจและความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทย ผมได้ทดลองเติมน้ำมันดีเซล B20 ในรถบรรทุกที่ใช้งานในภาคอุตสาหกรรม พบว่าสามารถใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาเครื่องยนต์และยังรู้สึกได้ถึงการประหยัดน้ำมันในระดับหนึ่ง เมื่อรัฐบาลสนับสนุนและกระตุ้นการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานที่ผลิตภายในประเทศ จะนำไปสู่การลดต้นทุนพลังงานและส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง ในด้านการบริหารจัดการน้ำมัน การตั้งเพดานค่าการกลั่นและค่าการตลาด น่าจะช่วยควบคุมไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค เหมือนที่เคยปัญหาในอดีต แต่ต้องมั่นใจว่ามีการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ รวมถึงการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ในประเทศได้อย่างทันท่วงที ท้ายที่สุด การดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในระบบพลังงาน นับเป็นก้าวสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาพลังงานซับซ้อนและสอดคล้องกับนโยบายพลังงานชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทยในอนาคต
