กัญชงของแม่: จากเส้นใยแห่งภูมิปัญญา สู่พืชเศรษฐกิจยั่งยืน

ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์บนพื้นที่สูงของภาคเหนือ พืชชนิดหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงพืชเสพติดที่ผิดกฎหมาย และควรถูกกำจัดให้หมดสิ้นจากผืนดินไทย หากแต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลและพระเมตตาแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พืชที่ผู้คนเคยมองข้ามกลับได้รับการมองเห็นคุณค่าในอีกมิติหนึ่ง

เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยแม่เกี๋ยง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พระองค์ได้พระราชทานพระราชเสาวนีย์ อันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “กัญชง” ความว่า

“…โดยเฉพาะกัญชง ให้พิจารณาข้อดี และตัดสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ออกไป ก็จะส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ เพราะให้เส้นใยที่มีคุณภาพ…”

พระราชดำริดังกล่าวมิได้เป็นเพียงแนวคิด หากแต่เป็นการฟื้นคืนภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวเขาเผ่าม้ง ซึ่งใช้กัญชงทอเครื่องนุ่งห่มสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน พร้อมทั้งทรงมุ่งหมายให้พืชชนิดนี้เป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ รายได้ และความมั่นคงในชีวิตแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของกัญชงสู่การเป็นพืชเศรษฐกิจมิได้ราบรื่น ในอดีตกัญชงถูกจัดอยู่ภายใต้กฎหมายยาเสพติดให้โทษ ส่งผลให้แม้แต่เส้นใยจากลำต้นก็ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย มูลนิธิโครงการหลวงและสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) จึงได้ดำเนินงานศึกษาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เพื่อวางรากฐานให้เกษตรกรสามารถปลูก แปรรูป และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกัญชงได้อย่างถูกต้อง ความพยายามดังกล่าวนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายและกฎกระทรวงสาธารณสุข เปิดทางให้การใช้ประโยชน์จากกัญชงเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้พืชพื้นบ้านบนพื้นที่สูงก้าวสู่สถานะ “พืชเศรษฐกิจ” ได้อย่างแท้จริง

ความโดดเด่นของกัญชงอยู่ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วนของต้น เส้นใยจากเปลือกลำต้นมีความเหนียว น้ำหนักเบา และระบายอากาศได้ดี จึงถูกนำมาพัฒนาเป็นผ้าและเครื่องแต่งกายที่มีเอกลักษณ์ และได้รับความนิยมในตลาดสากล แกนลำต้นสามารถต่อยอดเป็นวัสดุก่อสร้างมวลเบาที่แข็งแรงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่เมล็ดซึ่งอุดมด้วยโปรตีนและกรดไขมันจำเป็น ได้ถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพ ส่วนใบและดอกยังอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัย เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในอนาคต

“กัญชงของแม่” จึงมิใช่เพียงเรื่องราวของพืชชนิดหนึ่ง หากเป็นภาพสะท้อนของแนวพระราชดำริที่มองเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาท้องถิ่น และแปรเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ พระมหากรุณาธิคุณดังกล่าวได้สร้างรากฐานแห่งความมั่นคงให้แก่ชุมชนบนพื้นที่สูง พร้อมทั้งแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น เริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ธรรมชาติและวิถีชีวิตได้มอบไว้อยู่แล้ว

ที่มา: สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#กัญชงของแม่ #จากเส้นใยแห่งภูมิปัญญาสู่พืชเศรษฐกิจยั่งยืน

4/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมนวัตกรรมการใช้กัญชงในชุมชนบนพื้นที่สูง พบว่า กัญชงไม่ใช่แค่พืชที่มีประโยชน์ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของการรักษาและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างแท้จริง ในแง่ของการแปรรูป เส้นใยจากกัญชงที่มีความเหนียวแน่นและน้ำหนักเบา ถูกนำมาใช้ในงานหัตถกรรมทอผ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวเขาหลายเผ่า และยังได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การศึกษาวิจัยในช่วงหลังยังขยายไปยังส่วนอื่นของกัญชง เช่น เมล็ดที่อุดมด้วยโปรตีนและไขมันดี ซึ่งถูกพัฒนาเป็นอาหารเสริมสุขภาพและผลิตภัณฑ์เพื่อการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ นอกจากนี้ แกนลำต้นยังถูกนำมาต่อยอดเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง และมีคุณสมบัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหล่านี้แสดงให้เห็นว่ากัญชงเป็นต้นแบบการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่และภูมิปัญญาโบราณได้อย่างลงตัว ในมุมมองของชุมชน ผู้ปลูกกัญชงยังได้รับการฝึกอบรมและสนับสนุนด้านความรู้ทางเทคนิคและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ทำให้พวกเขามีความมั่นใจและความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อตอบสนองความต้องการตลาด การยอมรับกัญชงอย่างถูกต้องตามกฎหมายยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถรักษาและพัฒนาทักษะการเกษตรควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สุดท้ายนี้ กัญชงของแม่จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พืชเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการฟื้นฟูและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาที่เคารพและเรียนรู้จากวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่เดิมอย่างแท้จริง