รมว.กห. เป็นประธานพิธีบำเพ็ญกุศลและบวงสรวงศาลหลักเมือง ครบรอบ 244 ปี
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก เป็นประธานในการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนา และพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง ตลอดจนพิธีสังเวยตามพิธีพราหมณ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองประจำปี 2569 ครบรอบ 244 ปี ณ ศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร
ในการนี้มี พลเอก กานต์นาท นิกรยานน ท์ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พร้อมด้วย คุณจิตตานันท์ นิกรยานนท์ นายกสมาคมแม่บ้านองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บริหารระดับสูงขององค์การฯ เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง
โดยได้นิมนต์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลทางพระพุทธศาสนา
สำหรับศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นปูชนียสถานสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทย เป็นที่ประดิษฐานพระหลักเมือง และเทพารักษ์ทั้ง 5 ได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้ปกปักรักษาประเทศชาติให้มีเอกราชและความเจริญรุ่ง เรือง
พิธีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสานพลังศรัทธาเข้ากับพลังของรัฐ ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยศรัทธาถือเป็นพลังเงียบที่สร้างความเชื่อมั่น ความสามัคคี และความพร้อมทางจิตใจ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความมั่นคงแห่งชาติในยุคปัจจุบัน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าสักการะศาลหลักเมือง กรุงเทพมหานคร ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 – 18.00 น.///
การได้เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลและบวงสรวงศาลหลักเมืองถือเป็นประสบการณ์ที่เสริมสร้างความรู้สึกภูมิใจในความเป็นไทยอย่างลึกซึ้งครับ ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนและสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของชาติ การที่พระหลักเมืองและเทพารักษ์ทั้ง 5 อันได้แก่ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง เป็นผู้ปกปักษ์รักษาประเทศชาติ ทำให้เราเห็นความผสมผสานของความเชื่อและวัฒนธรรมที่มีความหมายลึกซึ้ง ในฐานะคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปสักการะศาลหลักเมือง ผมรู้สึกถึงบรรยากาศที่สงบและศักดิ์สิทธิ์มาก นอกจากการบูชาแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้ใจสงบและเกิดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต อีกทั้งพิธีพราหมณ์และพิธีทางพระพุทธศาสนาในงานยังบ่งบอกถึงความเคารพต่อประเพณีและความเข้มแข็งของจิตวิญญาณคนไทย นอกจากนี้ ผมเห็นว่าพิธีนี้ยังสะท้อนความร่วมมือระหว่างรัฐกับพลังศรัทธาของประชาชนได้อย่างชัดเจน เพราะความเชื่อถือและความสามัคคีเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้ประเทศในยุคปัจจุบัน ไม่เพียงแต่เป็นงานคือการสักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจและความร่มเย็นให้แก่สังคมโดยรวมด้วย สำหรับคนที่สนใจ สามารถไปสักการะศาลหลักเมืองที่กรุงเทพฯ ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.30 ถึง 18.00 น. การได้มาสักการะที่นี่จะช่วยเพิ่มพลังใจและทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยอย่างแท้จริงครับ








