“ศุภมาส” ถอดบทเรียนคลินิกมรณะ สั่ง สคบ. คุมเข้มธุรกิจความงาม เร่งตรวจสัญญามาตรฐาน ปิดช่องโหว่กฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภค
วันนี้ (23 เมษายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้สั่งการเร่งด่วนให้ สคบ. ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์สะเทือนใจกรณีผู้เสียชีวิตภายในคลินิกเสริมความงามชื่อดังในจังหวัดนครปฐม ซึ่งสร้างความกังวลต่อสังคมในวงกว้างอย่าง พร้อมยกระดับมาตรการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในธุรกิจเสริมความงามอย่างเป็นระบบ
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือการตรวจสอบ “สัญญาการให้บริการ” ของธุรกิจเสริมความงาม โดยให้พิจารณาอย่างจริงจังว่าควรกำหนดให้ธุรกิจประเภทนี้เป็น “ธุรกิจที่ควบคุมสัญญา” หรือไม่ เพื่อให้เกิดมาตรฐานที่ชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค
หากมีการกำหนดสัญญามาตรฐานอย่างชัดเจน จะช่วยระบุสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม ลดปัญหาการเอาเปรียบ และเป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดีทางแพ่ง โดย สคบ. สามารถใช้เป็นพยานเอกสารในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแทนผู้บริโภคได้ทันที หากพบว่ามีความประมาทหรือให้บริการต่ำกว่ามาตรฐาน
นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำว่า“สิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคคือความปลอดภัย หากผลชันสูตรชี้ชัดว่าเกิดจากความประมาท สคบ. พร้อมเป็นตัวแทนญาติผู้เสียหายในการฟ้องร้องให้ถึงที่สุด”
นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า ปัจจุบันธุรกิจเสริมความงามอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในทางปฏิบัติอาจเกิดความซ้ำซ้อน หรือมีช่องว่างที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เต็มประสิทธิภาพ
นางสาวศุภมาสจึงได้มอบหมายให้ สคบ. เร่งประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา เพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และพัฒนากลไกการกำกับดูแลแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายไปสู่ระบบ One Stop Service ที่มีหน่วยงานหลักรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อให้การคุ้มครองประชาชนมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
พร้อมกันนี้ สคบ. ยังฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใช้บริการด้านความงาม โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมหรือหัตถการที่มีความเสี่ยง
3 เรื่องสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนตัดสินใจ คือ
ประการแรก ตรวจสอบใบอนุญาตสถานพยาบาล ต้องมีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และแสดงไว้อย่างชัดเจนในสถานประกอบการ
ประการที่สอง ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์ของแพทยสภา เพื่อยืนยันว่าเป็นแพทย์จริง และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้อง
ประการที่สาม เก็บหลักฐานให้ครบถ้วน ทั้งสลิปการโอนเงิน ภาพถ่ายก่อนและหลังทำ รวมถึงภาพโฆษณา โปรโมชั่น หรือข้อความประชาสัมพันธ์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดปัญหาในภายหลัง
หากประช าชนพบเบาะแสคลินิกต้องสงสัย หรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากการใช้บริการ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นางสาวศุภมาส ย้ำว่า ความสวยต้องมาพร้อมความปลอดภัย และ “สัญญามาตรฐาน” ไม่ใช่เพียงเอกสารทางธุรกิจ แต่คือเครื่องมือสำคัญในการปกป้องชีวิตและสิทธิของผู้บริโภคทุกคน
จากเหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นในคลินิกเสริมความงาม จ.นครปฐม ทำให้เราเห็นความสำคัญในการเลือกใช้บริการด้านความงามอย่างรอบคอบมากขึ้น แน่นอนว่าธุรกิจนี้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่ผู้บริโภคควรตระหนัก จากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน การตรวจสอบข้อมูลและใบอนุญาตของคลินิกก่อนเข้ารับบริการคือเรื่องจำเป็นมาก ฉันมักจะเช็คเลขใบอนุญาตประกอบการ 11 หลัก และค้นหารายชื่อแพทย์ผู้ให้บริการผ่านเว็บไซต์แพทยสภาเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ หากพบว่าข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือคลินิกไม่มีเอกสารยืนยันเหล่านี้ ฉันจะเลือกไปที่อื่นทันที นอกจากนี้ ฉันยังแนะนำให้เก็บหลักฐานทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่ใบเสร็จ รูปถ่ายก่อนและหลังการทำ รวมถึงข้อความประชาสัมพันธ์หรือโปรโมชั่นของคลินิก เพื่อใช้เป็นหลักฐานหากเกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ สคบ. เน้นย้ำและควรเป็นแนวทางสำหรับผู้บริโภคทุกคน การมีสัญญามาตรฐานเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจประเภทนี้ เพราะจะกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ให้บริการชัดเจน ช่วยป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และยังเป็นหลักฐานสำหรับการดำเนินคดีเมื่อเกิดความเสียหายหรือการบริการที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ในฐานะคนหนึ่งที่สนใจเรื่องความงามและเคยใช้บริการคลินิกเสริมความงามมาก่อน ฉันเข้าใจดีว่าการตัดสินใจเลือกคลินิกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การได้รับการคุ้มครองที่ชัดเจนและเข้มงวดจากรัฐบาล โดยเฉพาะการทำงานบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้จริงๆ สุดท้ายนี้ ขอฝากถึงทุกคนที่สนใจทำหัตถการหรือศัลยกรรมเสริมความงาม ควรเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วน ก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสิทธิที่พึงได้รับ
