รองนายกรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่เขื่อนห้วยหลวง อุดรธานี ติดตามนวัตกรรม AI สู้ภัยแล้ง น้ำท่วม วางแผนจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรสูงสุด
(25 เม.ย. 69) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประเดิมภารกิจแรกในการลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ณ เขื่อนห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงง าน และนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการนำเทคโนโลยีระดับสูงมาบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมี นายณัฐพงศ์ คำวงศ์ปิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายศราวุธ เพชรพนมพร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพี่น้องประชาชนชาวอุดรธานี ร่วมให้การต้อนรับ
ในการนี้ นายพงศ์กรณ์ กำแหง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง นำเสนอข้อมูลการดำเนินงานของเขื่อนห้วยหลวง และ ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน. หรือ HII) นำเสนอสภาพปัญหาและการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและแล้งจากปริมาณน้ำฝนลุ่มน้ำห้วยหลวง
ทั้งนี้ เขื่อนห้วยหลวงใช้ระบบเทคโนโลยีที่ชื่อว่า "ศูนย์ปฏิบัติก ารน้ำอัจฉริยะ" (Smart Water Operation Center หรือ SWOC) ซึ่งเป็นระบบบูรณาการข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก (Proactive Management) ช่วยในการเฝ้าระวังและคาดการณ์ทั้ง "ภัยแล้ง" และ "น้ำท่วม" ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนการจัดสรรน้ำไปยังพื้นที่การเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหาย และสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในเขตพื้นที่ชลประทาน
การบริหารจัดการน้ำด้วยข้อมูล (Data-Driven) คือหัวใจสำคัญของการเกษตรยุคใหม่ที่จะช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอและทั่วถึงตลอดทั้งปี
#รองนายกรัฐมนตรี #กระทรวงอว #ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #บริหารจัดการน้ำ #อุดรธานี
ผมได้มีโอกาสติดตามข่าวเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการน้ำที่เขื่อนห้วยหลวงในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมอย่างหนักในบางช่วงเวลา การใช้ระบบศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (Smart Water Operation Center หรือ SWOC) ที่มีการบูรณาการข้อมูลการเฝ้าระวังและคาดการณ์สภาพน้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนการจัดสรรน้ำได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ในชีวิตจริงแล้ว การจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรมีความสำคัญมาก เพราะเกษตรกรต้องพึ่งพาน้ำจากเขื่อนและระบบชลประทาน หากไม่มีการบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ จะทำให้เกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอหรือเกิดน้ำท่วมเสียหายต่อไร่นาที่ปลูกพืช การที่มีระบบที่ใช้ข้อมูลจริงและ AI ช่วยวิเคราะห์สถานการณ์ ช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก (Proactive Management) ยังเปิดโอกาสให้ทางการและชุมชนเกษตรกรได้วางแผนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำหรือเลือกเวลาการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำจริง เพิ่มความยั่งยืนทางการเกษตรและช่วยลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ จากประสบการณ์ของผู้ที่ทำงานด้านการเกษตรหลายคน การได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและแม่นยำทำให้การตัดสินใจทำได้ดีขึ้น ทั้งในเรื่องของการเลือกชนิดพืช หรือแม้แต่การบริหารจัดการแรงงานในฟาร์ม การนำ AI และ Smart Water Operation Center มาใช้บริหารน้ำจึงเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงได้รับความมั่นใจในเรื่องน้ำ พร้อมขับเคลื่อนการเกษตรยุคใหม่ด้วย Data-Driven Agriculture ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดียิ่งขึ้น


