“ศุภมาส” คุมเข้ม “ธุรกิจเงินกู้ออนไลน์” หลังพบ “กับดักสัญญา” เอาเปรียบประชาชน พร้อมเตรียมยกเครื่องกฎหมาย สคบ. ก้าวทันยุคดิจิทัล
.
วันนี้ (25 เมษายน 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยผู้บริโภคต่อการใช้บริการต่าง ๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยเฉพาะการทำ “สัญญาดิจิทัล” ในรูปแบบการกู้ยืมเงิน ซึ่งอาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบธุรกิจฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค โดยเขียนข้อสัญญาเกินสมควร ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากต้องเผชิญกับ “กับดักสัญญา” จากแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์และการสมัครบริการต่าง ๆ ที่กำหนดเงื่อนไขซับซ้อน บีบให้ผู้บริโภคเสียเปรียบในระยะยาว ตนในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้สั่งการให้ สคบ. เร่งเดินหน้าแก้ไขปัญหา และสร้างมาตรฐานสัญญาการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค โดยกำชับ สคบ. ต้องเข้ามามีบทบาทในการคุมเข้ม "ธุรกิจกู้ยืมเงิน" และสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมสูงสุด
.
ล่าสุด นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. ได้กำหนดแนวทางการยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม 3 แนวทางได้แก่
1. กำหนดมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมสัญญาในเชิงรุก โดยมีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้ข้อสัญญาตามที่ประกาศฯกำหนด และห้ามใช้เงื่อนไขสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เช่น ห้ามนำข้อมูลไปเปิดเผยต่อบุคคลที่สามโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้กู้ ซึ่งมาตรการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาด้วยหนังสือหรือทำสัญญาผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ต้องปฏิบัติตามประกาศฯ ดังกล่าว
2. ออกประกาศฯ ควบคุมสัญญา กับธุรกิจ ที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค เช่น ธุรกิจขายห้องชุด ธุรกิจเช่าซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตร ธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์และรถจักรยานยนต์ และธุรกิจการให้บริการเสริมความงาม ซึ่งต้องครอบคลุมถึงสัญญาอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
3. บูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน และประชาชน เพื่อทบทวน ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมายให้ทันต่อโลกดิจิทัลและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
ทั้งนี้ สคบ. จะพิจารณาทบทวนประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 เพื่อกำหนดให้มีแบบสัญญามาตรฐาน สร้างความเป็นธรรมในการทำสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญาในรูปแบบเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู ้บริโภคภายใต้แนวคิด “สคบ. ใกล้ตัว อุ่นใจผู้บริโภค”
หากท่านพบความไม่เป็นธรรมจากการทำสัญญาหรือได้รับความเดือดร้อนในกรณีต่าง ๆ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 และสามารถร้องทุกข์ผ่านแอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือเว็บไซต์ สคบ. www.ocpb.go.th ตลอด 24 ชั่วโมง"
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้งานแอปพลิเคชันกู้เงินออนไลน์ ดิฉันพบว่าข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาดิจิทัลหลายครั้งถูกกำหนดไว้อย่างซับซ้อนและละเอียดยิบ จนยากที่จะเข้าใจโดยผู้บริโภคธรรมดาเอง ซึ่งอาจทำให้ตกอยู่ในกับดักสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเช่นเดียวกับที่ สคบ. กำลังเร่งแก้ไขในขณะนี้ การที่ สคบ. ลงมาคุมเข้มและตั้งมาตรฐานสัญญาให้กับธุรกิจเงินกู้ออนไลน์ เช่น การบังคับใช้ข้อสัญญาที่ถูกต้อง หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่เอาเปรียบ เช่น การห้ามเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต มีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคมากขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นสัญญาณที่ดีว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินง่ายขึ้นแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน อย่างไรก็ดี ผู้บริโภคเองก็ควรมีความรู้และความเข้าใจในการอ่านและพิจารณาสัญญาอย่างรอบคอบก่อนยอมรับข้อตกลงใด ๆ รวมทั้งต้องไม่ลังเลที่จะร้องเรียนหรือขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจอการเอาเปรียบหรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เพราะนี่คือสิทธิพื้นฐานที่ผู้บริโภคควรได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ท้ายที่สุด ความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาและปรับปรุงระบบการคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัลให้ทันสมัย ปลอดภัย และเป็นธรรม เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้บริการออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและยั่งยืนในระยะยาว


ดีมาก อยากเห็น รบ.เอาจริงกับเรื่องนี้เสียที ผุดขึ้นมายิ่งกว่าสิววัยรุ่นอีก เห็นหลายคนบ่นในรีวิว กู้ 4,000 ได้เงิน 1,600 จ่ายคืน 4,000 ภายใน 6 วัน พ่องตัย แล้วเอาผิดไม่ได้สักตัว ถ้าทำได้จริง ขอชูมือสองข้างเชียร์ดังๆเลยครับ ทำให้ได้จริงๆเถอะนะ พลีสสส 👏👏👏👏