“ศุภจี” รับฟังชาวนา เร่งแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบ ตั้งเป้าส่งออกกว่า 7 ล้านตัน เริ่ม “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร 27 เม.ย. 69
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดการประชุมสามัญประจำปี 2569 ของสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย โดยรับฟังปัญหาและรับหนังสือข้อเสนอมาตรการเร่งด่วน
6 ข้อ และมาตรการระยะยาว 5 ข้อ จากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ ึ่งสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย โดยบางเรื่องสามารถดำเนินการได้ทันที แต่ทุกข้อเสนอจะถูกนำไปประสานกับรัฐบาล เพื่อเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที โดยนางศุภจี ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ในฐานะปลายน้ำ ต้องทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ดูแลต้นน้ำ ด้วยการเร่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้แข็งแรง ควบคู่กับการบริหารจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม เตรียมพิจารณามาตรการช่วยเหลือต้นทุนด้านพลังงานและ
ค่าขนส่ง ซึ่งเป็นภาระสำคัญของเกษตรกร กลางน้ำ มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าข้าว ผ่านการแปรรูปและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สนับสนุนชุมชนกว่า 200 แห่ง ให้เข้าถึงเครื่องมือสำคัญ เช่น เครื่องสีข้าว เครื่องอบ เครื่องบรรจุสุญญากาศ รวมถึงการพัฒนาแบรนด์และการตลาด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องขายผลผลิตทันทีในช่วงราคาตกต่ำ และสามารถบริหารจัดการรายได้ได้ดีขึ้น ส่วนปลายน้ำ ได้เดินหน้ามาตรการ “ซื้อนำตลาด” พัฒนาระบบฐานข้อมูลช่วยให้สามารถวางแผนการผลิต การตลาด และการดูดซับผลผลิตได้อย่างแม่นยำ ควบคู่กับการจัด “ตลาดนัดข้าวเปลือก” เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงผู้ซื้อโดยตรง และเร่งขยายตลาดส่งออก โดยตั้งเป้าส่งออกข้าวปี 2569 กว่า 7 ล้านตัน ผลักดันแนวคิด “ข้าวประณีต” ซึ่งมีการพัฒนาคุณภาพ เรื่องราว และบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าข้าว และเริ่มโครงการ “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ลดราคาปุ๋ยสูงสุดกระสอบละ 300 บาท ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนเกษตรกร ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2569 นอกจากนี้ยังได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ “เครื่องวัดความชื้นข้าวโพด” ในการซื้อขายหรือจำหน่าย โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการที่รับซื้อหรือจำหน่ายข้าวโพด ต้องใช้เครื่องวัดความชื้นที่ได้รับการรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และต้องวัดค่าความชื้นทุกครั้งในการซื้อขาย เพื่อให้การซื้อขายเป็นธรรม ป้องกันการกดราคารับซื้อ และไม่กระทบต่อรายได้ของเกษตรกร โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
#ศุภจีรับฟังชาวนาเร่งแก้ปัญหาข้าวทั้งระบบ #ตั้งเป้าส่งออกกว่า7ล้านตัน #เริ่มปุ๋ยธงเขียวพลัส #ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร27เมษายน2569 #กระทรวงพาณิชย์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
จากการประชุมครั้งนี้ ทำให้เห็นภาพรวมว่า ภาคเกษตรของไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนที่สูงทั้งปุ๋ยและพลังงาน รวมถึงการจัดการผลผลิตที่ยังต้องพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นด้วยการแปรรูปและการทำตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่านโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่เชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะช่วยให้ชาวนาไทยได้รับการสนับสนุนอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพราะการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ การบริหารจัดการดินและปุ๋ยที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มผลผลิต การมีเครื่องมือทันสมัยและระบบฐานข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยลดความเสี่ยงในการขายสินค้า รวมถึงการเปิดตลาดส่งออกที่ขยายตัวจะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง เรื่องของโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ถือเป็นมาตรการที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง เพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มากถึงกระสอบละ 300 บาท ซึ่งมีความหมายมากสำหรับชาวนาที่ต้องเผชิญกับราคาผลผลิตที่ผันผวน นอกจากนี้การออกประกาศให้ใช้เครื่องวัดความชื้นข้าวโพดอย่างได้มาตรฐานในการซื้อขายก็เป็นการสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มความโปร่งใสในตลาดด้วย จากประสบการณ์ของผมที่ได้ติดตามภาคเกษตร พบว่าเกษตรกรยังหวังพึ่งพานโยบายเหล่านี้อย่างมาก และอยากเห็นการลงมือทำที่รวดเร็วและเข้าถึงจริงจัง เพื่อให้การปลูกข้าวของไทยมีความยั่งยืนและสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก ในยุคที่การแข่งขันด้านเกษตรกรรมนั้นเข้มข้นมากขึ้นทุกวัน สุดท้ายแล้ว การพัฒนาเกษตรกร ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ต้องทำงานร่วมกัน ภายใต้นโยบายที่ชัดเจนและการทำงานที่ต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และประเทศไทยสามารถรักษาความเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกข้าวโลกได้อย่างยั่งยืน
