โกงออนไลน์พุ่งไม่หยุด! สัปดาห์เดียวทะลุ 370 ล้าน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีออนไลน์รอบสัปดาห์ล่าสุด (19-25 เม.ย. 69) พบตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล โดยมียอดรับแจ้งความรวม 6,502 คดี มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 373,663,908 บาท (เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้ากว่า 30%)
📊 เจาะลึกสถิติอาชญากรรมไซเบอร์รายสัปดาห์
🛍️ อันดับ 1 (จำนวนคดี): การหลอกซื้อสินค้าและบริการ ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณมากที่สุด
💼 อันดับ 2 (ความเสียหายสูง): การหลอกลวงด้านการจ้างงาน มีสัดส่วนคดีและมูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
📍 4 เคสอุทาหรณ์... ACSC ประสานสกัดเงินล้านได้ทันท่วงที!
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือและระงับการโอนเงินได้รวม 10 เคส (34 ราย) คิดเป็นเงินกว่า 4.5 ล้านบาท โดยมีเคสสำคัญดังนี้:
💔 สกัดทัน 5 แสน!: ช่วยเหลือหญิงวัย 60 ปี (ผู้ป่วยซึมเศร้า) ถูกหลอกลงทุนธุรกิจผ้า สูญเงินไปแล้ว 5 ล้านบาท และกำลังจะโอนเพิ่มอีก 5 แสน เจ้าหน้าที่รุดเข้าอธิบายจนดึงสติได้ทัน
👮 สกัดตำรวจปลอม: ชายชาวเชียงใหม่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกว่าฟอกเงิน จนหลงเชื่อ ส่งมอบเงินสดให้ถึงหน้าบ้าน และโอนเพิ่มรวมสูญ 2.2 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งเตือนก่อนจะโอน เพิ่มไปมากกว่านี้
🏠 สกัดทัน 6 ล้าน!: หญิงวัย 69 ปี ถูกมิจฉาชีพหลอกมัดจำที่ดินจนสูญเงิน 1.8 ล้าน และ กำลังจะโอนเพิ่มอีกกว่า 6 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ประสานระงับการโอนได้ทันเวลา
🍼 จากนมผงสู่หลักล้าน: เริ่มจากการซื้อนมผงในเฟซบุ๊กหลักร้อย ก่อนถูกล่อลวงให้ทำภารกิจโปรโมตสินค้าและลงทุน จนสูญเงินรวมกว่า 1.5 ล้านบาท
🛡️ คาถาป้องกันภัย "ลงทุน-โอนเงิน"
✅ เช็กบริษัท: ผ่านแอป SEC Check First ของ ก.ล.ต. ต้องมีสถานะ "ได้รับอนุญาต" เท่านั้น
✅ เช็กชื่อบัญชี: ชื่อบัญชีรับโอน ต้องเป็นชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากให้โอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา = มิจฉาชีพ 100%
✅ ระวังแอปปลอม: มิจฉาชีพเลียนแบบโลโก้และชื่อแอปทางการเพื่อนำไปลงใน Store ต้องตรวจสอบให้รอบคอบก่อนดาวน์โหลด
✅ ผลการปฏิบัติการจับกุม
ACSC บูรณาการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอ ร์ได้รวม 10 เคส ผู้ต้องหา 14 ราย (ไทย 10, ต่างชาติ 4) พร้อมตรวจยึดเงินสดกว่า 2 ล้านบาท
"การตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยปกป้องเงินทั้งชีวิตของท่านได้ อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริง"
📞 แจ้งเหตุหรือปรึกษาภัยออนไลน์: โทรสายด่วน 1441 (AOC) ตลอด 24 ชั่วโมง
💻 แจ้งความออนไลน์: www.thaipoliceonline.com
📲 ดาวน์โหลดแอป POLICE CARE
#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ #ACSC #เตือนภัยไซเบอร์ #หลอกลงทุน #1441 #ตำรวจไทย #ตร #HighValueScam
ประสบการณ์ตรงในการรับมือกับกรณีโกงออนไลน์นั้น แสดงให้เห็นว่าการระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทุนหรือโอนเงินเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง จากสถิติของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าคดีหลอกลวงออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหลอกซื้อสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ตและการหลอกลวงด้านการจ้างงาน ที่มักใช้วิธีการโน้มน้าวใจให้เหยื่อโอนเงินโดยไม่ทันรู้ตัว จากเคสที่ศูนย์ ACSC ช่วยสกัดเงินโอนที่กำลังจะสูญเสียไปโดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีหลากหลายรูปแบบ เช่น การหลอกให้ลงทุนธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง การปลอมแปลงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกระทั่งการล่อลวงให้ทำภารกิจโปรโมตสินค้าที่กลายเป็นกับดักทางการเงิน ตัวอย่างเหล่านี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการมีจิตสำนึกในการตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง สำหรับผู้ที่ต้องการป้องกันตัวเองจากการถูกหลอกในโลกออนไลน์ แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชัน SEC Check First ในการตรวจสอบว่า บริษัทที่ติดต่อด้วยอยู่ในสถานะได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบชื่อบัญชีรับโอนว่าตรงกับข้อมูลบริษัทที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดาที่อาจเป็นมิจฉาชีพ นอกจากนี้ การระวังแอปพลิเคชันปลอมที่เลียนแบบชื่อและโลโก้แอปทางการเงินหรือการลงทุนก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ ประสบการณ์ส่วนตัวได้เรียนรู้ว่า "การตรวจสอบเพียงไม่กี่นาที อาจช่วยปกป้องเงินทั้งชีวิตของท่านได้" อย่าหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริง และหากรู้สึกว่าการติดต่อหรือข้อเสนอใด ๆ มีความผิดปกติ ควรหยุดการโอนเงินทันทีและแจ้งสายด่วน 1441 หรือแจ้งความผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือ การตื่นตัวและการใช้เครื่องมือที่มีอยู่ช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ถือเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งโกงออนไลน์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งนี้