Kick-off “ไทยช่วยไทย” 1 พ.ค. “พาณิชย์” จัด “ไทยช่วยไทย พลัส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” ลดสูงสุด 86% ช่วยลดค่าครองชีพ

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย Kick-off เปิดจุดจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 และจำหน่ายต่อเนื่องทุกวันศุกร์ของเดือนพฤษภาคม

(1, 8, 15, 22, 29 พฤษภาคม) โดยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้กำชับให้ทุกอำเภอเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ให้เหมาะสม มีความมั่นคง แข็งแรง และอากาศถ่ายเทสะดวก พร้อมบริหารจัดการพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้เป็นระเบียบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน และประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้มีสินค้าจำเป็นจำหน่ายอย่างเพียงพอและทั่วถึง ทั้งนี้ข้อมูล ณ วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 16.00 น. มีจุดจำหน่ายสินค้า “ไทยช่วยไทย” แล้ว 710 อำเภอ ใน 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) และอยู่ระหว่างจัดสรรเพิ่มเติมอีก 168 อำเภอ โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ได้แก่ Lotus’s 601 อำเภอ Big C 284 อำเภอ Makro 79 อำเภอ Tops 60 อำเภอ Go Wholesale 5 อำเภอ นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ยังได้จัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back to School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการรวม 49 ราย ร่วมจัดกิจกรรมลดราคาสูงสุดถึง 86% ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท อีกทั้งยังร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ คัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นและอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน เพื่อนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องเขียน ไปจัดจำหน่ายในราคาประหยัดให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้

#Kickoffไทยช่วยไทย1พฤษภาคม #พาณิชย์จัดไทยช่วยไทยพลัสเปิดเทอมใหญ่สบายกระเป๋า #ลดสูงสุดร้อยละ86ช่วยลดค่าครองชีพ #กระทรวงพาณิชย์ #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

5/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส : เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า” เป็นตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมที่ผู้ปกครองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน และอุปกรณ์การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่จำเป็นในแต่ละปี จากประสบการณ์ส่วนตัว การเข้าร่วมโครงการลดราคาสินค้าเช่นนี้ ทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณในครอบครัวได้ดีขึ้น เพราะไม่ต้องซื้อสินค้าราคาปกติในช่วงเวลาที่มีการจัดโปรโมชั่นนี้ นอกจากนี้ยังช่วยให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้ สิ่งนี้ส่งผลดีโดยตรงต่อความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว และลดความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายประจำปีของผู้ปกครอง จุดเด่นของโครงการที่น่าสนใจคือการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าครอบคลุมถึง 710 อำเภอใน 76 จังหวัด รวมถึงความร่วมมือกับ Modern Trade อย่าง Lotus’s, Big C, Makro, Tops และ Go Wholesale ทำให้เข้าถึงสินค้าในราคาคุ้มค่าและมีหลากหลายประเภทสินค้า ทั้งนี้การจัดสถานที่จำหน่ายที่เหมาะสมและมีการบริหารจัดการพื้นที่อย่างดี ยังสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ซื้อและลดความแออัดในแต่ละพื้นที่ด้วย การประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อคัดเลือกโรงเรียนที่สภาพแวดล้อมขาดแคลน ถือเป็นการเติมเต็มให้โครงการนี้มีความยั่งยืนและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายโดยตรง อีกทั้งช่วยให้ผู้ปกครองในพื้นที่นั้น ๆ สามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางไกล สรุปแล้ว โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าครองชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการสนับสนุนสินค้าภายในประเทศ ทั้งหมดนี้จึงเป็นก้าวสำคัญของนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ที่น่าจับตามองและน่าจะสร้างประโยชน์อย่างกว้างขวางในวงกว้าง