“ศุภจี” หารือทุกภาคส่วน พยุงราคามังคุด-ทุเรียน รับมือผลผลิตล้นตลาด เตรียมกระจายผ่าน “ไทยช่วยไทย” สร้างรายได้ให้เกษตรกร

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนและมังคุด หอการค้าจังหวัดจันทบุรี เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และตัวแทนสหกรณ์เกษตรกร ในการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 กำหนดแนวทางด้านการตลาดและการรักษาเสถียรภาพราคาทุเรียนและมังคุด โดยได้ทำงานเชิงรุกมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งการทำตลาดล่วงหน้าในต่างประเทศ เร่งกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และการขยายตลาดใหม่ในจีนฝั่งตะวันตก เส้นทางการค้าผ่านลาว–เชียงของ–เฉิงตู เพื่อรองรับผลผลิต ทำตลาดผ่าน Live Commerce และอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเพิ่มอุปสงค์และสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภค โดยขอความร่วมมือเกษตรกรและผู้ประกอบการรักษาคุณภาพผลผลิตอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดต่างประเทศ ไทยต้องใช้จุดแข็งด้านคุณภาพในการแข่งขัน หลังเวียดนามเผชิญปัญหาการตรวจพบสารแคดเมียมในผลผลิตบางส่วน สำหรับมังคุด ผลผลิตจะออกสู่ตลาดมากในช่วงวันที่ 21 พฤษภาคม - 10 มิถุนายนนี้ โดยเฉพาะมังคุดขนาดเล็กที่มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 55% จึงต้องเร่งวางมาตรการรองรับ ทั้งการเปิดลานมังคุด การเชื่อมโยงตลาดกับโมเดิร์นเทรด การผลักดันการส่งออก การกระจายผลผลิตผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” เพื่อสร้างรายได้ที่เหมาะสมให้เกษตรกร นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพิ่มยอดจำหน่ายสินค้าเกษตร สินค้า GI และขยายช่องทางตลาด ผ่านกิจกรรมวิ่ง “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” ที่จังหวัดระยอง ในวันที่ 23–24 พฤษภาคม 2569 และเตรียมขยายไปยังจังหวัดขอนแก่น นครศรีธรรมราช และเพชรบุรี ในช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2569 เพื่อช่วยเร่งระบายผลผลิต ลดปัญหาสินค้าล้นตลาด และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนในพื้นที่

#ศุภจีหารือทุกภาคส่วนพยุงราคามังคุดทุเรียน #รับมือผลผลิตล้นตลาด #เตรียมกระจายผ่านไทยช่วยไทย

#สร้างรายได้ให้เกษตรกร #กระทรวงพาณิชย์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

5/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การติดตามสถานการณ์ผลไม้เมืองไทยโดยเฉพาะมังคุดและทุเรียน ถือว่าผลกระทบจากผลผลิตล้นตลาดเป็นเรื่องที่เกษตรกรต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง การที่รัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีและกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ทั้งประชุมและร่วมมือกับทุกภาคส่วน เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ต้องรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ไทยให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่ต่ำเกินไป จึงช่วยลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกรได้อย่างชัดเจน ในแง่การตลาด เขาเน้นการขยายตลาดต่างประเทศและกระตุ้นให้ผู้บริโภคในประเทศเพิ่มการบริโภค ซึ่งการเลือกใช้ช่องทางตลาดแบบ Live Commerce และการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ทันสมัยและช่วยเพิ่มการรับรู้โดยตรงกับผู้ซื้อยุคใหม่ที่ใช้สื่อออนไลน์เยอะ สิ่งนี้ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าใจคุณภาพของทุเรียนและมังคุดไทยมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อ ส่วนที่สำคัญคือการให้ความร่วมมือจากเกษตรกรในการรักษาคุณภาพ เช่น ป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน เพราะไม่เพียงแต่ลดคุณภาพผลผลิตแต่ยังส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในตลาดส่งออกทั้งจีนและตลาดในยุโรปอีกด้วย การวางมาตรการนำผลผลิตมังคุดขนาดเล็กที่มีจำนวนมากออกสู่ตลาดอย่างเหมาะสมผ่านลานมังคุดและโมเดิร์นเทรด รวมถึงการส่งออก จะช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาดและผลักดันให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน นอกจากนี้ กรมการค้าภายในและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังมีโครงการส่งเสริมกิจกรรมวิ่ง Amazing Thailand GI Tour & Trail Running ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการโปรโมทสินค้าการเกษตร GI และสินค้าโอท็อปในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ที่ผ่านกิจกรรมนี้ ทั้งสนับสนุนยอดขายและประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยสรุป การบริหารจัดการผลผลิตทุเรียนและมังคุดปี 2569 ที่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกภาคส่วนตั้งแต่การผลิต-การตลาด-การส่งออก ไปจนถึงการสร้างการรับรู้ในตลาดภายในและต่างประเทศ ถือเป็นแนวทางที่ชาญฉลาดและจะสร้างความมั่นคงให้กับราคาผลไม้และรายได้ของเกษตรกรไทยในระยะยาวได้อย่างแท้จริง