ครม. อนุมัติงบกลาง บรรเทาค่าครองชีพผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เยียวยา-มอบสิทธิบัตรทองฮีโร่ ดูแลครอบครัวกำลังพลชายแดนไทย - กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 1. อนุมัติงบกลาง จำนวน 1,667.68 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสวัสดิการแก่ผู้ผ่านคุณสมบัติตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

ปี 2565 จำนวน 13.33 ล้านคน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากและสังคมให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล 2. อนุมัติงบกลาง จำนวน 452 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเยียวยากำลังพลที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา จำนวน 91 นาย อีกทั้ง คณะรัฐมนตรี

ยังได้มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการให้บุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา จำนวน 27 ราย โดยให้บุคคลในครอบครัวจำนวน 40 ราย ได้รับ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” ให้สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในขอบเขตเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพราะกำลังพลคือผู้เสียสละเพื่อชาติ ปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน ต้องได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติ

#ครมอนุมัติงบกลาง #บรรเทาค่าครองชีพผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ #เยียวยามอบสิทธิบัตรทองฮีโร่ #ดูแลครอบครัวกำลังพลชายแดนไทยกัมพูชา #สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

5/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของผมในฐานะประชาชนที่เคยลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ รู้สึกได้ว่าการอนุมัติงบประมาณครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าครองชีพสูงขึ้นเรื่อย ๆ การสนับสนุนจากรัฐจึงช่วยให้ครอบครัวหลายล้านคนมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น นอกจากนี้ การเยียวยากำลังพลชายแดนซึ่งได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความกตัญญูต่อผู้เสียสละเพื่อชาติ ความชัดเจนในการมอบ "สิทธิบัตรทองฮีโร่" ให้ครอบครัวของกำลังพลเหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลใส่ใจและพร้อมดูแลคนกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ สิ่งนี้ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความภูมิใจให้กับกำลังพลและครอบครัวของพวกเขาได้รู้สึกว่า การเสียสละเพื่อปกป้องประเทศไม่ได้ถูกละเลย แม้จะเป็นเรื่องที่ต้องจัดการอย่างรวดเร็วและรัดกุม แต่การจัดสรรงบประมาณและนโยบายดูแลเหล่านี้ก็สะท้อนถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการสร้างความมั่นคงและความเป็นธรรมในสังคมไทยอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่าการติดตามและประเมินผลการใช้ประโยชน์จากงบประมาณเหล่านี้อย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างความโปร่งใสให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้อย่างเหมาะสมและตรงจุด อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันดูแลและพัฒนาระบบสวัสดิการฯ ให้ครอบคลุมและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของทุกคนในอนาคต