“อุตุฯ” ประกาศไทยเข้าฤดูฝน 15 พ.ค. “มหาดไทย” สั่งผู้ว่าฯ 54 จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก 15 – 18 พ.ค. ช่วยเหลือประชาชน 24 ชม.
ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ภาพรวมปริมาณฝนรวมของประเทศคาดว่าจะน้อยกว่าปี 2568 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณร้อยละ 10 ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นและตกต่อเนื่องมากขึ้น จากนั้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ปริมาณฝนจะลดลง ทำให้อาจเกิดฝนทิ้งช่วง ก่อนที่ฝนจะกลับมาตกชุกหนาแน่นอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่ อีกทั้งยังต้องติดตามสถานการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญ–ลานีญา หรือ ENSO อย่างใกล้ชิด โดยมีแนวโน้มเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่าอาจมีพายุส่งผลกระทบไทยประมาณ 1-2 ลูก ในช่วงเดือนสิงหาคม - กันยายน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้เปิด “ศูนย์ติดตามฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน” เพื่อติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อากาศอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังประกาศแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ช่วงวันที่ 15 - 18 พฤษภาคม 2569 กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 54 จังหวัด เตรียมพร้อมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัย พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอุทกภัย ประชาชนสามารถแจ้งเหตุหรือขอรับความช่วยเหลือ ผ่านสายด่วนนิรภัย 1784
#อุตุประกาศไทยเข้าฤดูฝน15พฤษภาคม2569 #มหาดไทยสั่งผู้ว่า54จังหวัด #รับมือน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก15ถึง18พฤษภาคม #ช่วยเหลือประชาชน24ชั่วโมง #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงมหาดไทย
#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนในประเทศไทยแล้ว กระบวนการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ระดับพื้นที่เป็นเรื่องสำคัญมาก จากประสบการณ์ส่วนตัวในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัย พบว่าการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำฝนล่วงหน้าเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสียหายได้อย่างมาก ช่วงวันที่ 15-18 พฤษภาคม 2569 นั้น การรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายองค์กร รวมทั้งชุมชน เพื่อคอยติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์สาธารณภัยไว้ล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม เช่นเดียวกับที่กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 54 จังหวัด สำหรับประชาชนทั่วไป แนะนำให้เตรียมรับมือโดยการจัดเก็บทรัพย์สินมีค่าไว้ในที่สูง เตรียมถุงยังชีพและน้ำดื่มสะอาด พร้อมตรวจสอบเส้นทางอพยพและหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางราชการ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว นอกจากนี้ ควรเฝ้าระวังสภาพอากาศและข่าวประกาศเตือนภัยน้ำท่วมในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นกรกฎาคม ที่อาจเกิดฝนทิ้งช่วง รวมถึงช่วงสิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งอาจมีพายุผ่านมาส่งผลต่อประเทศไทย ประสบการณ์ตรงของชาวบ้านในพื้นที่ภูเขามักจะมีการเตือนล่วงหน้าเรื่องน้ำป่ามาอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้หลายครอบครัวได้เตรียมตัวและย้ายไปยังที่ปลอดภัยก่อนน้ำจะมา ดังนั้น การร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนทุกระดับถือเป็นกุญแจสำคัญในการบรรเทาและลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติในฤดูฝนนี้
