นายกฯ เดินหน้าต้านทุจริต ยกระดับหน่วยงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ ตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ปี 2571

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำการผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 โดยจะเร่งปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ระบบข้อมูล มาตรฐานการทำงานของภาครัฐ และการแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อให้ปลอดจากการทุจริตและสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ OECD เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย

ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อกำกับทิศทาง เร่งรัด และติดตามการดำเนินงานของทุกหน่วยงานให้เป็นเอกภาพการเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในวาระสำคัญของรัฐบาล เพราะเป็นกระบวนการยกระดับประเทศในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ กฎหมาย ธรรมาภิบาล การลงทุน การแข่งขัน นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตประชาชน

ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีโลก นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้เป็นประธานการประชุมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ - เอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับข้อเสนอขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตจากคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. ทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน ต่อต้านการทุจริต บริหารความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ที่เข้าถึงได้ ตรวจสอบได้ เพื่อลดการคอร์รัปชันเชิงระบบ โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานยกระดับความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปลอดจากการทุจริตและคอร์รัปชัน ในการปฏิบัติราชการ เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับระบบกฎเกณฑ์และธรรมาภิบาล

ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ OECD

#นายกเดินหน้าต้านทุจริต #ยกระดับหน่วยงานโปร่งใสตรวจสอบได้ #ตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิกOECDปี2571

#กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

5/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าต้านทุจริตและตั้งเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ ในประสบการณ์จริง การผลักดันเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน อีกทั้งยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก สมัยที่เคยมีโอกาสร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐ ก็ได้เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลและให้ประชาชนตรวจสอบได้ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากขึ้น การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังโดยการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบ กำหนดมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านคอร์รัปชัน ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องตามคำแนะนำของ OECD ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างที่เกิดการทุจริตในระบบราชการ ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง คิดว่าการมีคณะกรรมการกำกับดูแลการเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะช่วยเร่งรัดและติดตามความคืบหน้าของการปฏิรูปภาครัฐ ทำให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสำเร็จตามเป้าหมายได้เร็วขึ้น จากการติดตามข่าวสาร เห็นได้ว่ารัฐบาลยังเน้นการบูรณาการความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนในการป้องกันและปราบปรามทุจริต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะปัญหานี้ไม่สามารถแก้ได้เพียงฝ่ายเดียว ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย สุดท้าย แม้จะมีความท้าทายหลายประการ แต่การเดินหน้าสู่มาตรฐานสากลของ OECD จะช่วยให้ประเทศไทยมีระบบธรรมาภิบาลที่เข้มแข็ง เสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ และเติมเต็มความเชื่อมั่นในระดับสากล ซึ่งคือประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับร่วมกันในอนาคต