นายกฯ เปิด “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ผ่านแพลตฟอร์ม Delivery มุ่งให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยสะดวก คุ้มค่า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บริหารกระทรวงการคลัง สถาบันการเงิน และภาคเอกชนเข้าร่วม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่าโครงการนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการ ผ่านการส่งเสริมการ Reskill และ Upskill รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างโอกาสเพิ่มยอดขาย และขยายกิจการในอนาคต โดยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนสามารถซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบการมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามแนวคิด “ไทยช่วยไทย” จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการหลายรายมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 เท่า ซึ่งจะช่วยยกระดับฐานรายได้และสร้างการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แม้หลังสิ้นสุดโครงการแล้วก็ตาม ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ของผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00 – 21.00 น. โดยข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 มียอดใช้จ่ายสะสมตั้งแต่เปิดโครงการกว่า 31,088.26 ล้านบาท เป็นยอดใช้จ่ายจากร้านค้าปกติ 31,031.67 ล้านบาท ร้านค้าผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery 56.59 ล้านบาท

#นายกเปิดไทยช่วยไทยพลัส #ผ่านแพลตฟอร์มDelivery #มุ่งให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยสะดวกคุ้มค่า #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

6/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ของหลายคนที่ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery นั้น พบว่าสามารถใช้สิทธิ์ได้อย่างสะดวก ง่ายดาย ผ่านแอปเป๋าตัง ทำให้การสั่งอาหารและจับจ่ายใช้สอยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากและรวดเร็วขึ้นมาก นอกจากนี้การที่โครงการเน้นการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการบริหารจัดการทำให้ร้านค้าและผู้ประกอบการมีโอกาสปรับปรุงการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มยอดขายได้จริง ในฐานะผู้ประกอบการอาหารรายเล็ก เคยประสบปัญหาเรื่องการควบคุมต้นทุนและการเข้าถึงลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนในโครงการนี้ ช่วยให้สามารถเพิ่มยอดขายได้หลายเท่า โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โครงการเปิดรับสิทธิ์ สิ่งนี้ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมทักษะ Reskill และ Upskill ของผู้ประกอบการ ทำให้สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้ดียิ่งขึ้น โครงการยังช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคเนื่องจากการสนับสนุนราคาหรือสิทธิพิเศษผ่านระบบทำให้การจับจ่ายปลอดภัยและคุ้มค่า เห็นได้ชัดว่าทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้รับประโยชน์ร่วมกันตามแนวคิดไทยช่วยไทย ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนและภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงโครงการและหลังจากสิ้นสุดโครงการด้วย ดังนั้นการรวมตัวของภาครัฐและเอกชนในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการสนับสนุนทางการเงินผ่านโครงการนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเดินหน้าพัฒนาธุรกิจให้แข็งแรงและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง