นายกฯ ประชุม กรอ. ขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสตร์

นายกฯ ประชุม กรอ. ขับเคลื่อน 4 ยุทธศาสตร์ ตั้งเป้าแข่งขันติด 20 อันดับแรกของโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยนำข้อเสนอจากการหารือร่วมกับภาคเอกชนเข้าสู่กลไก กรอ. เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการ เป้าหมาย และติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ 2) การพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน 3) การยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี และ 4) การพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยตั้งเป้าหมายผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจให้สูงกว่า 3% ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้อยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกภายใน 4 ปี และก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี ควบคู่กับการรักษาวินัยการเงินการคลังและเสถียรภาพเศรษฐกิจ พร้อมกำหนดเป้าหมายและกรอบประเด็น การขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านการพัฒนาการลงทุนใหม่ของประเทศ 2. ด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน 3. ด้านการยกระดับทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาเทคโนโลยี 4. ด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายภารกิจให้คณะอนุกรรมการ 4 คณะ รับผิดชอบการผลักดันประเด็นสำคัญสู่การปฏิบัติ กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อ กรอ. ทุก 2 เดือน ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า กรอ. จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเปิดให้ภาคเอกชนมีบทบาทเข้มข้นมากขึ้นในการลงทุน สร้างนวัตกรรม สร้างงาน และเชื่อมโยงไทยกับตลาดโลก ขณะที่ภาครัฐจะเร่งปลดล็อกข้อจำกัด วางโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้การทำงานของระบบราชการเร็วขึ้น และสนับสนุนการแข่งขันได้มากขึ้น

#นายกประชุมกรอ #ขับเคลื่อน4ยุทธศาสตร์ #ตั้งเป้าแข่งขันติด20อันดับแรกของโลก #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

6/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งล่าสุดนี้ ได้วางแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างครบวงจรและชัดเจน จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามและเห็นพัฒนาการด้านเศรษฐกิจของไทย พบว่าการรวมภาครัฐและเอกชนมาร่วมมือกันสร้างกลยุทธ์ถือเป็นกุญแจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มการลงทุนใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวและธุรกิจท้องถิ่นที่ช่วยเพิ่มรายได้สู่ชุมชน สิ่งที่น่าสนใจคือการยกระดับทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทำให้แรงงานไทยมีความพร้อมและแข่งขันได้ในตลาดโลก การมอบหมายให้คณะอนุกรรมการดูแลแต่ละยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน ทำให้มีการติดตามผลและปรับปรุงแผนงานได้จริง นอกจากนี้ การเร่งปลดล็อกข้อจำกัดและปรับโครงสร้างพื้นฐานโดยภาครัฐ เป็นตัวส่งเสริมให้ระบบราชการทำงานคล่องตัวและสนับสนุนการแข่งขันสร้างสรรค์มากขึ้น ในมุมมองผู้ติดตามข่าวสารการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ผมเห็นว่าเป้าหมายติด 20 อันดับแรกของโลกนั้นท้าทายแต่ทำได้ หากทุกภาคส่วนตั้งใจผลักดันยุทธศาสตร์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ เพราะเศรษฐกิจที่มั่นคงและแข็งแกร่งจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนโดยรวม และช่วยลดช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคได้อย่างยั่งยืนด้วย