“ทรงศักดิ์” สั่งทุกหน่วย เร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง รับมือซูเปอร์เอลนีโญ ติดตามรับมืออุทกภัย จ.น่าน หาดใหญ่ และ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/2569 เน้นย้ำการขับเคลื่อนนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ทุกหน่วยงานเร่งติดตามและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำอย่างบูรณาการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำกก พัฒนาระบบ Dashboard คุณภาพน้ำของประเทศ และเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำต้นทุนในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำ รวมทั้งบูรณาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ควบคู่กับการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้งตามมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 นอกจากนี้ ยังรับทราบความก้าวหน้าการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อยกระดับการป้องกันและบริหารจัดการภัยพิบัติด้านน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี เห็นชอบการขยายระยะเวลาดำเนินโครงการด้านทรัพยากรน้ำในจังหวัดสกลนครและจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงเห็นชอบการดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน จำนวน 858 แห่ง ตลอดจนให้ความเห็นชอบ (ร่าง) ปฏิทินการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 การอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม จำนวน 52 คำขอ และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ เพื่อเร่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

#ทรงศักดิ์สั่งทุกหน่วยเร่งสำรวจพื้นที่เสี่ยง #รับมือซูเปอร์เอลนีโญ #ติดตามรับมืออุทกภัยน่านหาดใหญ่3จังหวัดชายแดนใต้ #สำนักนายกรัฐมนตรี #กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

6/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยอาศัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศไทย เราจะเห็นว่าภัยธรรมชาติเช่นน้ำท่วมและภัยแล้งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและการทำมาหากินของประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อรัฐบาลโดยรองนายกรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ออกมาตรการให้สำรวจพื้นที่เสี่ยงและจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง การติดตามสถานการณ์และพัฒนาระบบ Dashboard คุณภาพน้ำช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ปัญหาและเตรียมแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การมีแผนรับมืออุทกภัยในพื้นที่เช่นจังหวัดน่าน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชุมชนได้ดีขึ้น ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญที่อาจส่งผลให้น้ำต้นทุนลดลง การเสริมสร้างแหล่งน้ำและพัฒนาน้ำบาดาลตามโครงการต่างๆ เป็นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและประชากรในแต่ละพื้นที่ ผมเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชนในการสำรวจและฟื้นฟูแหล่งน้ำจะช่วยให้ประเทศไทยมีความพร้อมรับมือภัยน้ำท่วมและภัยแล้งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย