มหาดไทย เปิดยุทธการ Operation 90 Days กวาดล้างยาเสพติด ด้านคมนาคม ยกเครื่องมาตรการสกัดขนยาเสพติด
กระทรวงมหาดไทย จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ดำเนินการระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569 ครอบคลุม 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. การป้องกัน มุ่งสร้างหมู่บ้าน ชุมชน สถานศึกษา และสถานประกอบการปลอดยาเสพติด 2. การปราบปราม จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดปฏิบัติการพิเศษอย่างน้อยจังหวัดละ 1 ชุด เพื่อสกัดกั้นยาเสพติด จับกุมผู้ค้า และดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง และ 3. การแก้ไขบำบัด เร่งนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวเนื่องจากยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา โดยใช้อำเภอเป็นศูนย์กลาง ในพื้นที่นำร่อง 31 จังหวัด พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ Kick off ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม นี้ เพื่อประกาศสงครามกับยาเสพติดอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ ให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด (ศอ.ปส.จ.) รายงานผลทุกวันที่ 3 ของเดือน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งยกระดับมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดผ่านระบบการบิน หลังเกิดกรณีลูกเรือสายการบินของไทยถูกจับกุมในประเทศออสเตรเลียจากการตรวจพบสารเสพติดในสัมภาระ โดยกระทรวงคมนาคม สั่งการให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย บูรณาการการทำงานร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และหน่วยงานด้านความมั่นคง อุดช่องโหว่และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน โดยมาตรการเร่งด่วนให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นลูกเรือและสัมภาระก่อนปฏิบัติหน้าที่ กำหนดบทลงโทษทางวินัยแก่ผู้ฝ่าฝืน และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ขณะที่มาตรการระยะยาวจะผลักดันการใช้ข้อมูล Passenger Name Record (PNR) เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและคัดกรองบุคคลต้องสงสัย เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาเทคโนโลยีด้านการตรวจค้นเพิ่มเติม
#มหาดไทยเปิดยุทธการOperation90Days #คมนาคมยกเครื่องมาตรการสกัดขนยาเสพติด #กระทรวงมหาดไทย #กระทรวงคมนาคม #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง
ในฐานะที่ได้ติดตามมาตรการของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมในช่วงปีนี้ ผมรู้สึกว่ายุทธการ Operation 90 Days เป็นความพยายามที่น่าสนับสนุนอย่างมาก เพราะเน้นทั้งการป้องกันในระดับรากหญ้า เช่น สร้างชุมชน ปลอดยาเสพติด และสถานศึกษา รวมถึงการตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ต่างๆ ที่ช่วยลดการลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ นอกจากนี้การเร่งเข้าร่วมกระบวนการบำบัดผู้เสพติดและผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็เป็นจุดเปลี่ยนที่จำเป็น เพื่อให้คนเหล่านี้ได้รับการดูแลและกลับคืนสู่สังคมได้อย่างถูกต้อง ส่วนมาตรการด้านคมนาคมที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกเรือและสัมภาระก่อนปฏิบัติหน้าที่ พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ทำให้ผมเห็นว่าไทยมีความตั้งใจจริงในการอุดช่องโหว่ที่เคยเป็นปัญหา นอกจากนี้ การใช้ข้อมูล Passenger Name Record (PNR) เพื่อคัดกรองคนต้องสงสัย ถือเป็นตัวอย่างนวัตกรรมที่เข้ากับยุคดิจิทัล และยังช่วยเสริมความปลอดภัยในการบินอย่างมีประสิทธิภาพ ในฐานะประชาชน เราหวังว่าแผนนี้จะไม่เพียงแต่กวาดล้างผู้ค้ายาเสพติดเท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูสังคมและลดผลร้ายของยาเสพติดในระยะยาวได้จริงๆ
