วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ร่วมกับ สกร. ดาวกระจาย ถ่ายทอดความรู้การใช้ Application Career GPS สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหาร (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน เดินหน้าขยายผลการใช้งาน **Application Career GPS** สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ ภายใต้โครงการ **“The TEN”** โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และยกระดับการแนะแนวการศึกษาและอาชีพให้กับประชาชน

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการอบรมครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการแนะแนวของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ) โดยมีครูและบุคลากรจากพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ เข้าร่วมกว่า 150 คน เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำ Application Career GPS ไปใช้กับผู้เรียนในพื้นที่

ในระยะขยายผล คณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมแบบ **"ดาวกระจาย"** พร้อมกันในพื้นที่นำร่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และทดลองใช้งาน Application Career GPS ด้วยตนเอง

พื้นที่แรก คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิภัชบุญ กล่าวสุนทร พันเอกไปรวิทย์ ลำน้อย นางสาวชัญญาณัฏฐ์ โอฬารธนสิน นายอธิริศร์ เตชะสินนิวัฒน์ ดำเนินการร่วมกับ **สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร** และ **ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย** จัดกิจกรรมอบรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน **80 คน** ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการค้นหาศักยภาพ ความถนัด ความสนใจ และการนำผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

อีกพื้นที่หนึ่ง คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิทวัช กุยแก้ว ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พันตำรวจโทหญิงพิชชาภา บุญโสดา นางพุทธิพร แสงสุข ดร.จิตราภรณ์ อัมระปาล ดำเนินการร่วมกับ **สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี** และ **ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสามโคก** จัดกิจกรรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน **50 คน** เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการวิเคราะห์ศักยภาพของตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจในการกำหนดเป้าหมายชีวิตและเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม

กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการบรรยายในหัวข้อ **"Career GPS : เครื่องมือค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ"** การสาธิตการใช้งาน Application Career GPS และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้งานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากรและครูผู้ปฏิบัติงานด้านการแนะแนว เพื่อให้สามารถนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนอนาคตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

Application Career GPS เป็นนวัตกรรมด้านการแนะแนวที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบจุดแข็ง ความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของตนเอง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการศึกษาต่อ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และการเลือกเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างมีเป้าหมายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน มหาวิทยาลัยรังสิต และภาคีเครือข่าย ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับคุณภาพการแนะแนวของผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพกำลังคน และส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถวางแผนอนาคตและพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

2 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้สัมผัสกับการอบรมและใช้งาน Application Career GPS พบว่าแอปพลิเคชันนี้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพราะช่วยให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความถนัด ความสนใจ และศักยภาพที่ซ่อนอยู่ ซึ่งจะช่วยลดความสับสนในเรื่องการเลือกเส้นทางอาชีพและการศึกษาต่อ ในกิจกรรมดาวกระจายที่จัดขึ้นตามสถานที่ต่างๆ เช่น กรุงเทพมหานคร และปทุมธานี กิจกรรมไม่ได้เป็นเพียงแค่การเรียนรู้ผ่านการฟังบรรยายเท่านั้น แต่ยังมีการทำ Workshop ทดลองใช้แอปจริง ทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเชิงลึกและสามารถนำผลจากการวิเคราะห์ไปวางแผนชีวิตได้ทันที การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการแนะแนวอาชีพ เช่น Application Career GPS ยังตอบโจทย์ยุคสมัยที่ข้อมูลมีมากมายและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีเครื่องมือเฉพาะที่วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสม ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกวัยได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่สิ้นสุด โดยส่วนตัวเห็นว่าโครงการนี้ยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เรียนในการวางเป้าหมายชีวิต ทั้งในด้านการศึกษาต่อและอาชีพ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลซึ่งเป็นทักษะสำคัญในยุคปัจจุบันอีกด้วย สุดท้ายนี้ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนากำลังคนของประเทศ ด้วยการให้ความสำคัญกับผู้เรียนอย่างรอบด้านและต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่า Application Career GPS จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพลิกโฉมระบบแนะแนวอาชีพของไทยในอนาคต