“พาณิชย์” ลดค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ลดราคาสินค้า ผ่านร้านค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น 1 - 15 ส.ค. นี้

บทสรุป

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสมาคมการค้าส่งปลีกไทย จัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า อุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ภายใต้ชื่อ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” ระหว่างวันที่

1-15 สิงหาคม 2569 ณ ร้านค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่นกว่า 130 ร้าน 800 สาขา ทั่วประเทศ เพื่อลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ขยายโอกาสให้ร้านค้าส่ง-ค้าปลีกท้องถิ่น กระจายสินค้าราคาประหยัดสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง โดยลดราคาสูงสุดกว่า 60% และกระตุ้นเศรษฐกิจในการใช้จ่ายภายในประเทศ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs และสินค้าชุมชน ในพื้นที่สามารถนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นและร้านค้าโชห่วยในพื้นที่ด้วย และอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการเลือกซื้อสินค้าได้อย่างทั่วถึงผ่านนโยบาย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับสินค้าที่ร่วมโครงการ ประกอบด้วย 17 หมวดสินค้า ได้แก่ สินค้าบริโภค 8 หมวด ได้แก่ ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช ซีอิ๊วและเครื่องปรุง น้ำตาล บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง และกาแฟ และสินค้าอุปโภค 9 หมวด ได้แก่ แชมพูและครีมนวดผม สบู่และครีมอาบน้ำ ยาสีฟันและแปรงสีฟัน ผงซักฟอกและน้ำยาซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน กระดาษทิชชู ผ้าอนามัยและผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ขอเชิญชวนประชาชนเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีคุณภาพในราคาประหยัด ณ ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นใกล้บ้านที่มีสัญลักษณ์ “ไทยช่วยไทย x Local Low Cost” เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งสนับสนุนสินค้า SMEs สินค้าชุมชน และกระจายรายได้สู่ชุมชน

#พาณิชย์ลดค่าครองชีพ #ไทยช่วยไทยxLocalLowCost #ลดราคาสินค้าผ่านร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น #1ถึง15 สิงหาคมนี้ #กระทรวงพาณิชย์ #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

7/31 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การได้เข้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย x Local Low Cost" ถือเป็นโอกาสดีมากสำหรับประชาชนทั่วไป เพราะนอกจากจะได้รับสินค้าจำเป็นคุณภาพดีในราคาประหยัดแล้ว ยังช่วยสนับสนุนร้านค้าท้องถิ่นและผู้ประกอบการ SMEs ในชุมชน ซึ่งเป็นการกระจายรายได้กลับสู่พื้นที่ต่างๆของประเทศด้วย อย่างส่วนตัว ผมเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมร้านค้าส่ง-ค้าปลีกในโครงการนี้หลายแห่ง พบว่าสินค้าเช่น ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช และของใช้ส่วนตัวอย่างแชมพู ยาสีฟัน ถูกจัดวางอย่างชัดเจนพร้อมกับป้ายราคาพิเศษที่ลดสูงสุดกว่า 60% ทำให้สามารถวางแผนการใช้จ่ายเพื่อครอบครัวได้ง่ายขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน นอกจากนี้ โครงการยังมีการเชื่อมโยงสิทธิ์สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านนโยบาย "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงสินค้าเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายและทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งถือเป็นทางออกสำคัญในการลดภาระค่าใช้จ่ายอย่างแท้จริง ผมอยากแนะนำให้ทุกคนที่สนใจ ลองตรวจสอบร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นใกล้บ้านที่มีสัญลักษณ์ "ไทยช่วยไทย x Local Low Cost" เพราะไม่เพียงแต่จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นที่มีคุณภาพอีกด้วย สุดท้ายนี้ โครงการนี้ยังเป็นแบบอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ SMEs ในประเทศ หวังว่าโครงการจะมีต่อเนื่องและขยายผลเพิ่มขึ้นในอนาคต เพราะนี่คือวิธีที่ยั่งยืนในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างแท้จริง