“พิพัฒน์” สั่งบูรณาการทุกหน่วยงานป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้งภาคใต้ “ปภ.” เฝ้าระวัง

24 ชม. เตรียมช่วยเหลือประชาชน

บทสรุป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากภาคใต้มีลักษณะภูมิอากาศเฉพาะ ฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยมีช่วงฤดูฝนแตกต่างกัน ความเสี่ยงอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จึงต้องบริหารจัดการตาม “พื้นที่ - ช่วงเวลา - ประเภทของภัย” และเตรียมความพร้อมให้ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดภัย การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูหลังเกิดภัย ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 ยังต้องติดตามพื้นที่แล้งซ้ำซากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร ในช่วงปลายเดือนตุลาคมฝนจะเริ่มเพิ่มขึ้นต้องเพิ่มการเฝ้าระวังอุทกภัยตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จากนั้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป ต้องเตรียมบริหารจัดการน้ำสำหรับช่วงแล้ง ทั้งน้ำอุปโภคบริโภค การเกษตร และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้มีน้ำสำรองเพียงพอและลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในปี 2570 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เตรียมเครื่องจักรกล อุปกรณ์ช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย ผ่าน SMS และ Cell Broadcast ตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมศูนย์พักพิงสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานด้านน้ำ เพื่อแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมกำลังช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้ ทั้ง 14 จังหวัด ซักซ้อมรับมือกับภัยพิบัติ เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้เพียงพอ และประสานทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครในพื้นที่โดยตรง ให้กรมชลประทานดูแลการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ประสานหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนประชาชนและศูนย์พักพิงชั่วคราว เตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุข การช่วยชีวิต ยา รถฉุกเฉิน และอุปกรณ์ที่จำเป็นให้เพียงพอ โดยให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก และให้จังหวัดเร่งจัดทำมาตรการตามสภาพพื้นที่ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เปิดทางน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และพัฒนาพื้นที่รับน้ำ หากเกิดภัยให้ปฏิบัติตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและแผนเผชิญเหตุ และเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง หลังเกิดภัยให้เข้าสำรวจและฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชน สถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

#พิพัฒน์สั่งบูรณาการทุกหน่วยงานป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยภัยแล้งภาคใต้ #รับมืออุทกภัยภัยแล้ง #กระทรวงคมนาคม #กระทรวงมหาดไทย #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง

8/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์ส่วนตัวในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เห็นความสำคัญของการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยและภัยแล้งอย่างแท้จริง เนื่องจากลักษณะภูมิอากาศที่แตกต่างกันระหว่างฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ทำให้มีช่วงเวลาฤดูฝนและภัยพิบัติที่ไม่เหมือนกัน การวางแผนแบบเฉพาะพื้นที่ตามช่วงเวลาและประเภทของภัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากการเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแล้ว การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัครในพื้นที่ ทำให้การแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS และ Cell Broadcast สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุม นอกจากนี้ การซักซ้อมแผนรับมือภัยพิบัติประจำจังหวัดช่วยให้ทีมช่วยเหลือพร้อมตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ จากประสบการณ์ที่เคยพบปัญหาน้ำแล้งและน้ำท่วมในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์และชุมพร การเปิดทางน้ำและกำจัดสิ่งกีดขวางทำให้ลดความเสียหายได้มาก การระบายน้ำที่สัมพันธ์กับสถานการณ์โดยกรมชลประทานก็ช่วยลดผลกระทบได้อย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นลำดับแรก ขณะเดียวกัน การฟื้นฟูหลังภัยพิบัติก็ช่วยให้ผู้ประสบภัยกลับสู่ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น การประสานงานระหว่างหน่วยงานสุขภาพ โรงพยาบาล และรถฉุกเฉินจึงไม่ควรถูกละเลย การบริหารจัดการน้ำในช่วงแล้งต้องมีการวางแผนล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนภาคเกษตรและกิจกรรมเศรษฐกิจ การมีน้ำสำรองเพียงพอช่วยลดความกังวลในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง การบูรณาการข้อมูลและการเตรียมความพร้อมแบบครบวงจรนี้เป็นแนวทางที่ทำให้ภาคใต้มีความมั่นคงด้านน้ำและพร้อมรับทุกภัยในอนาคต

ค้นหา ·
dookki topokki สูตรซอสโรเซ่