2/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชหา hince no blur tint หรือสงสัยว่า hince nu blur milky changer ใช้ยังไงให้คุ้ม บอกเลยว่า 2 ตัวนี้เล่นสนุกมาก เพราะฟินิชจะเป็นแนว “เบลอปาก” ให้ดูฟุ้งๆ แบบซอฟต์โฟกัส ไม่ได้ฉ่ำเงา และไม่แห้งจนเห็นร่องปากชัด (แต่ยังไงก็แนะนำให้บำรุงก่อนทาอยู่ดี) ส่วนตัวเราชอบใช้ Nu Blur Tint ในวันทำงาน เพราะลุคมันดูสุภาพ แต่ยังมีสีปาก ไม่ซีด และทาได้แบบไม่ต้องเป๊ะมาก ตบๆ เกลี่ยๆ ก็สวยแล้ว โดยเฉพาะโทนที่กำลังฮิตอย่าง 03 NU ALLURE จะให้ฟีลนู้ดละมุนๆ ใช้ได้ทุกวัน และ 08 WILD จะออกแนวสดขึ้นนิด เหมาะกับวันอยากให้หน้าดูมีพลัง (แนะนำทาบางๆ ก่อนแล้วค่อยเพิ่มเลเยอร์ จะได้ไม่เข้มเกิน) ทริคที่เราชอบที่สุดคือใช้ “Nu Blur Milky Changer” มาเปลี่ยนโทนสีลิปให้ซอฟต์ลงทันที วันไหนทาสีเข้มหรือสดไปแล้วรู้สึกไม่เข้ากับเมคอัพ สามารถแตะ Milky Changer ทับเบาๆ ตรงกลางปาก แล้วค่อยเบลนด์ออกขอบ จะได้ลุคไล่เฉดนัวๆ ดูเป็นธรรมชาติ หรือถ้าอยากได้ปากนู้ดแบบเกาหลี ให้ลง Milky Changer บางๆ ก่อน แล้วค่อยทา Nu Blur Tint ทับ จะช่วยให้สีดูนิ่มขึ้น ไม่ติดส้ม/ติดชมพูแรงเกิน อีกวิธีที่ช่วยให้ติดทนขึ้นสำหรับสายกินน้ำบ่อย: ทา Nu Blur Tint รอบแรกแบบบางๆ รอให้เซ็ตตัวประมาณ 30–60 วินาที แล้วค่อยทาซ้ำเฉพาะด้านในปาก (เหมือนทำ gradient) จะได้สีชัดแต่ยังดูเบลอ และหลุดแล้วไม่เป็นคราบเป็นดวง ถ้าใครปากแห้งง่าย เราแนะนำให้สครับเบาๆ ก่อน หรือทาลิปบาล์มแล้วซับออกให้เหลือความชุ่มนิดๆ จากนั้นค่อยลง Nu Blur Tint จะช่วยให้ผิวปากเรียบขึ้นและเบลนด์ง่ายขึ้นมาก สรุปสำหรับเรา: Nu Blur Tint เหมาะกับคนที่อยากได้ลิปเบลอๆ ใส่ได้ทุกวัน ส่วน Nu Blur Milky Changer คือไอเทมแก้เกม/ปรับโทนที่ทำให้ลิปที่มีอยู่ “ใช้ได้หลายลุคขึ้น” ใครชอบ 03 NU ALLURE หรือ 08 WILD อยู่แล้ว ลองจับคู่กับ Milky Changer รับรองได้โทนนัวๆ สวยขึ้นอีกขั้น