‘โสดด้วยความสามารถ‘ มีอยู่จริง 😔
คือมันมีอยู่จริงๆนะ อย่างน้อยก็คงเป็นเรานี่แหละคนนึง
มีใครเป็นเหมือนกันมั้ย
ー อยู่คนเดียวจนชิน
ー ชอบบ่นอยากมีแฟน แต่ลึกๆก็ไม่อยากคุยกับใคร
ー เหนื่อยที่จะต้องไปรู้จักคนใหม่ๆ
จริงๆแล้วเราเป็นคนนึงเลยนะ ที่ชอบตอนที่ตัวเองมีความรักมากๆเลย มันดูคลั่งรัก ดูทุ่มเท แล้วก็จะมีเรื่องให้รู้สึกตื่นเต้นหรือใจเต้นแรงอยู่ตลอดเวลา
แต่พอเวลาผ่านไป เราก็มักจะเจอกับความผิดหวัง
ไม่รู้เป็นเพราะเราคาดหวังจากอีกฝ่ายมากไปรึเปล่า บางทีเรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราคุยกัน ก็กลายเป็นเรื่องตีกันใหญ่โต ทั้งที่จริงๆมันอาจจะไม่มีอะไรเลย จะพยายามแก้แค่ไหน สุดท้าย แล้วความผิดหวังเล็กๆเหล่านั้น มารวมกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า สุดท้ายเราก็จะหมดหวัง และถอดใจไปเอง
กลายเป็นคนที่เหนื่อยกับการตามหาคนที่ใช่ไปแล้ว
ในวันที่อากาศดี หรือได้ไปกินข้าวร้านประจำ วันที่ควรจะเป็นวันที่ดี เรากลับต้องมาเสียน้ำตาให้กับความรู้สึกอะไรไม่รู้ที่เราก็พูดหรืออธิบายไม่ได้ มีครั้งนึงเราเครียดจนลงกระเพาะ ไม่อยากอาหาร กินอะไรก็ไม่อร่อย จังหวะที่ไปพักแล้วลืมตามาในห้องพยาบาล เราบอกกับตัวเองเลยว่า เห้ย แค่คนๆนึงทำให้เราเป็นได้ขนาดนี้เลยหรอวะ ไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว นอกจากเสียใจ เสียน้ำตา เรายังต้องเสียเวลา เสียสุขภาพกาย สุขภาพจิตอีกหรอ คือมันไม่ใช่แล้วมั้ย
ตอนนั้นคำพูดนึงของเพื่อนสนิทเราก็ลอยขึ้นมาเลย
‘อย่ารักใครที่ทำให้เรากินข้าวไม่อร่อย’
คือแบบเห้ย มันจริงมาก ในตอนที่เรานอนปวดท้อง เขาไม่ได้รู้ด้วยซ้ำ มันมีแค่ตัวเรา ร่างกายเรา และความรู้สึกเราที่ยังคงอยู่กับเรา
หลังจากนั้นเราก็ตัดเลย
𖤐 หยุดตามหาความรัก
𖤐 กลับมาโฟกัสตัวเอง
𖤐 กลับมาอยู่ในโลกของตัวเอง
เธอ ชีวิตเรามันดีขึ้นเลยจริงๆนะ
คำว่า ‘เราจะสนใจคนที่ไม่ได้สนใจเราไปทำไม‘
คือแบบ มันจริงมากๆเลยอะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวเราก็ยังไม่ได้ถึงกับปิดใจนะ แค่หยุดตามห า หยุดเรียกร้องอะไรจากคนอื่น ก็เท่านั้นเอง แล้วเราก็ยังมีความเชื่อยู่เสมอนะว่า ยังมีความรักดีๆรอเราอยู่ ต่อให้ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน เราก็ยังมีเพื่อน มีครอบครัว มีคนรอบข้างที่ยังรักเราอยู่ ดังนั้น เหตุผลอะไรเราถึงจะไม่รักตัวเองล่ะ
⌗ Sun is alone too, but still shines.
เราชอบโควทนี้มากจริงๆ
ทุกคนคิดว่ายังไงกันบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ อยากอ่านมากเลยค่ะ🥺
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่สังเกตมา การเป็น 'โสดด้วยความสามารถ' นั้นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องการความรัก แต่เป็นการเรียนรู้ที่จะรักตัวเองและหยุดเหนื่อยกับการตามหาคนที่ไม่ใช่จริงๆ ในช่วงที่เคยหมดหวังกับความรัก เช่น การทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือการที่ความรู้สึกไม่ถูกตอบสนอง ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและผิดหวัง เรามักจะพบว่าการอยู่คนเดียวและให้เวลากับตัวเองนั้นช่วยฟื้นฟูจิตใจได้ดีกว่าการพยายามแก้ไขความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุล นอกจากจะได้เรียนรู้ที่จะรักตัวเองแล้ว การโสดยังเปิดโอกาสให้เราโฟกัสกับความฝัน ความสนใจ และเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น เช่น การพัฒนาทักษะใหม่ๆ หรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน พอมีเวลาสำหรับตัวเองจริงๆ ก็ทำให้รู้สึกมีความสุขและเติมเต็มมากขึ้นกว่าการอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง ข้อคิดสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือคำพูดที่ว่า “อย่ารักใครที่ทำให้เรากินข้าวไม่อร่อย” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพกายและใจ หากใครหรือสิ่งใดทำให้เราทุกข์จนส่งผลเสียต่อสุขภาพ ก็ถึงเวลาที่ต้องหันมารักและปกป้องตัวเองมากขึ้น สำหรับคนที่ยังรู้สึกเหงาและอยากมีใครสักคน เราไม่จำเป็นต้องรีบเปิดใจหรือเร่งรีบหาใครให้ได้ เพียงแค่เปิดใจให้ตัวเองและานใจในความเป็นตัวเราก่อน นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดีของความรักที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรักตัวเองหรือรักคนรอบข้าง สุดท้ายแล้ว ความโสดไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาสให้เราได้เติบโตและเปล่งประกายได้เหมือนดวงอาทิตย์ที่แม้อยู่คนเดียวก็ยังคงส่องแสงเจิดจ้าอยู่เสมอ หวังว่าความคิดและประสบการณ์นี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความโสดอย่างมีความหมาย และรู้ว่าการรักตัวเองคือจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง
