SJS

🥲 จากกระแสดราม่าวันนี้ แอดมินจึงนำความรู้เกี่ยวกับผื่นแพ้ยาที่รุนแรงที่สุด SJS มาฝากค่ะ

👉🏻 ประเด็นเรื่องที่คนอาจจะคิดไม่ถึงคือผื่นแพ้ยาประเภทนี้ มักเกิดขึ้นหลังรับยาไป 1-4 สัปดาห์

👉🏻 มีรายงานการเกิดหลังจากรับยาไป 3 วัน แต่พบน้อย

🙏🏻 ดังนั้นหลายครั้งที่แพทย์ สอบถามเรื่องประวัติแพ้ยา คนไข้หลายคนมักไม่ให้ประวัติยาที่กินในหนึ่งเดือน เพราะโดยมากจะมีความเข้าใจว่ายาที่แพ้คือเป็นยาตัวใหม่

👉🏻 หากเกิดผื่นที่สงสัยว่าแพ้ยาโดยเฉพาะมีอาการไข้ ตาแดง มีผื่นตามเยื่อบุ ควรหยุดยาทันทีและเข้าพบแพทย์ค่ะ

☎️ ปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง proderma

#คลินิกผิวหนัง #proderma #prodermaหมอผิวหนัง #ผื่นแพ้ยา #SJS

7/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน การใช้ยาต่างๆ อาจทำให้หลายคนไม่ทันระวังถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงอย่าง Stevens-Johnson Syndrome (SJS) ซึ่งเป็นภาวะแพ้ยาที่เกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองผิดปกติ ทำให้เซลล์ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ เกิดการตายและหลุดลอกอย่างรวดเร็ว จากประสบการณ์ส่วนตัว การรู้จัก SJS จึงสำคัญมาก เพราะผื่นชนิดนี้ไม่ใช่แค่ผื่นธรรมดา แต่หากเกิดอาการไข้ร่วมกับผื่น ตาแดง หรือแผลในปาก ต้องหยุดยาทันทีและมาพบแพทย์ เพราะอาการอาจลุกลามและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ยาที่มักทำให้เกิด SJS ได้แก่ ยากลุ่มแก้อักเสบ ยากันชักบางชนิด เช่น Carbamazepine, Phenytoin, Lamotrigine และยาปฏิชีวนะบางประเภท เช่น Sulfonamide, Penicillin รวมทั้งกลุ่ม NSAIDs เช่น Ibuprofen, Diclofenac หากใช้ยากลุ่มนี้ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบประวัติการใช้ยาในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาอย่างละเอียด เพราะ SJS สามารถเกิดขึ้นได้หลังเริ่มใช้ยาใหม่ภายใน 1-4 สัปดาห์ และในบางรายอาการอาจเกิดเร็วกว่านั้น นอกจากนี้ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าแพ้ยาเฉพาะยาที่ใช้ใหม่ แต่จริงๆ แล้ว SJS สามารถเกิดจากยาที่เคยได้รับมาก่อนแล้ว หากร่างกายตอบสนองผิดปกติ การสังเกตอาการผื่น ร่วมกับไข้ ตาแดง และแผลบริเวณเยื่อบุต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้รักษาได้ทันก่อนจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง การป้องกันเริ่มจากการแจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์อย่างละเอียด ไม่ควรซื้อยาทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และหากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นขึ้น ร่วมกับไข้ หรืออาการตาแดง ควรหยุดยาและพบแพทย์ทันที เพราะการรักษาเร็วจะช่วยลดความรุนแรงของอาการและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง สำหรับผู้ที่สนใจ คำแนะนำเพิ่มเติมจากทีมแพทย์เฉพาะทางผิวหนังก็มีความสำคัญอย่างมาก การรับคำปรึกษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้การดูแลปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น การเข้าใจถึง SJS และรู้วิธีปฏิบัติเมื่อต้องใช้ยา จะช่วยให้เรามีความระมัดระวัง และสามารถป้องกันภาวะรุนแรงนี้ได้อย่างมีประสิทธิผลมากขึ้นอย่างแท้จริง