วิ่งเยอะทำไมเจ็บ
RUNNER PERFORMANCE SERIES [2/5] วิ่งเยอะแล้ว ทำไมยังเจ็บ?🥲
👉🏻เป็นคำถามที่เราเจอบ่อยมากที่ ProDerma ครับ
👉🏻คำตอบที่โค้ชส่วนใหญ่บอกตรงกันคือ
นักวิ่ง 90% ให้เวลากับการ "วิ่ง" เยอะมาก
แต่ให้เวลากับการสร้างความแข็งแรง (Strength Training) น้อยเกินไป
👉🏻การวิ่งคือการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ หลายพันครั้ง
ถ้ากล้ามเนื้อมัดนั้นไม่แข็งแรงพอ แรงกระแทกทั้งหมดจะไปลง ที่ข้อ เข่า และเอ็น
👉🏻Strength Training ไม่ได้ทำให้วิ่งช้าลงหรือตัวใหญ่ขึ้นอย่างที่หลายคนกลัวนะครับ
🛡️แต่มันคือการสร้าง "เกราะ" ให้ร่างกายพร้อมรับแรงกระแทกจากการวิ่ง
✅เริ่มง่ายๆ 2 ครั้ง/สัปดาห์ ก็เห็นความต่างแล้วครับ
1. Squat / Lunge
2. Romanian Deadlift
3. Plank
ที่ ProDerma เราดูแลนักวิ่งหลายท่านที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และเลือกใช้ Program EMSCULPT เป็นตัวช่วยเสริมในการดูแลกล้ามเนื้อบางมัดที่ฝึกได้ยาก ควบคู่กับการซ้อมครับ
EP.3 จะมาชวนคุยเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
#ProDerma #StrengthTrainingForRunners #นักวิ่ง #ProDermaRunClub #prodermaactive
จากประสบการณ์ที่เคยเจอและพูดคุยกับนักวิ่งหลาย ๆ คน ต้องบอกว่าการที่วิ่งเยอะแล้วยังเจ็บนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากกล้ามเนื้อที่รับแรงวิ่งซ้ำ ๆ เป็นเวลานานไม่ได้มีความแข็งแรงเพียงพอ เมื่อกล้ามเนื้อไม่สตรองพอ แรงกระแทกจะถ่ายเทไปที่ข้อต่อ เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า เอ็นต่าง ๆ จึงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดตามมาได้ง่าย ในฐานะที่เป็นนักวิ่งที่เคยเผชิญปัญหาอาการเจ็บหลังวิ่งบ่อย ๆ ผมได้ลองปรับรูปแบบการฝึกฝนโดยเพิ่มการฝึกสร้างความแข็งแรง (Strength Training) เข้าไปอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้งโดยเน้นท่า Squat, Lunge, Romanian Deadlift และ Plank ซึ่งช่วยเสริมกล้ามเนื้อหลักที่นักวิ่งใช้งาน ทั้งกล้ามเนื้อสะโพก ขา และแกนกลางลำตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือลดอาการเจ็บเข่าและความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อได้มาก นอกจากการฝึกเวทเทรนนิ่งธรรมดาแล้ว การใช้เทคโนโลยีช่วยเสริมอย่างโปรแกรม EMSCULPT ซึ่งเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบ HIFEM® ที่ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังใช้ ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักวิ่งที่เจอปัญหากล้ามเนื้อบางจุดฝึกได้ยาก ช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น เท่าที่ได้ใช้เห็นผลลัพธ์การฟื้นฟูดีขึ้นอย่างชัดเจน สุดท้ายอยากแนะนำให้ทุกคนอย่าโฟกัสแค่การวิ่งให้เยอะอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการพักฟื้นและการฝึกกล้ามเนื้อควบคู่ไปด้วย เริ่มต้นง่าย ๆ แค่ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วร่างกายจะพร้อมรับแรงกระแทกและลดโอกาสบาดเจ็บได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสมดุลและรับคำแนะนำเฉพาะบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดครับ




